ส่งฟ้อง ส.ส.ชนนพัฒฐ์ คดีเว็บพนัน เจ้าตัวขอความเป็นธรรม 9 ประเด็น ยันเป็นนักสู้
ดีเอสไอขนสำนวนคดีเว็บพนันพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง ชนนพัฒฐ์ มอบให้อัยการ ก่อนนัดฟังคำสั่ง 28 ก.ย. เจ้าตัวเผยวันนี้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมด้วย มองเรื่องนี้เหมือนพายุที่โหมกระหน่ำ
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ นำตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม (กธ.) สรุปสำนวนความเห็นสั่งฟ้องต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ ภายหลังจากที่อัยการสูงสุดเห็นว่าความผิดส่วนใดส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เป็นเหตุให้อัยการสูงสุดใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 มอบหมายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 2 ฐานความผิด ได้แก่ ความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท และความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
โดยในวันนี้นายชนนพัฒฐ์เดินทางเข้ามาพร้อมกับทนายความส่วนตัวในเวลา 10.40 น. ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้เป็นกระบวนการที่พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษสรุปสำนวนสั่งฟ้องให้อัยการ โดยวันนี้ตนเข้ามาเพื่อรีบทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นก็ได้เตรียมเอกสารร้องขอความเป็นธรรมเข้ามายื่นด้วย เพื่อให้ทางอัยการได้ตรวจสอบและทราบเรื่องหลักฐานต่างๆ
เมื่อถามว่าได้ร้องขอความเป็นธรรมประเด็นไหนไปบ้าง นายชนนพัฒน์กล่าวว่า ในเอกสารตนได้ร้องขอความเป็นธรรม 9 ประเด็น และหนึ่งในประเด็นที่ร้องขอความเป็นธรรมเป็นเรื่องของการขอให้หน่วยงานแจ้งพฤติกรรมของตนใหม่อีกรอบ หลักๆ เป็นเรื่องของพฤติการณ์การกระทำความผิด โดยเฉพาะในข้อหาขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ว่าตนเองไปมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร โดยคาดหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม ซึ่งการร้องขอความเป็นธรรม ตนเคยยื่นไปในชั้นสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษแต่ก็ไม่ได้รับความชัดเจน
ส่วนถ้าจะบอกว่าทางกรมสอบสวนคดีพิเศษแจ้งข้อกล่าวหาคลุมเครือ ตนไม่อยากไปพาดพิงหน่วยงานใด ได้แต่หวังว่าในส่วนที่ร้องขอความเป็นธรรมไปทางองค์กรที่ตนให้ความเชื่อมั่นจะให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย
ส่วนประเด็นเรื่องการใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส. เนื่องจากในวันที่ 25 ส.ค. จะมีการเปิดสมัยประชุมสภา นายชนนพัฒฐ์บอกว่า การสั่งฟ้องไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส. การคุ้มครองเป็นในชั้นสอบสวนและการออกหมายเรียกเท่านั้น ยืนยันตนไม่ได้มีอะไรเหนือกว่าคนอื่น
นายชนนพัฒฐ์กล่าวอีกว่า ตนเองถูกดำเนินคดีในหลายท้องที่ทั้งที่อยู่ในชั้นอัยการและชั้นศาลในเวลาไล่เลี่ยกัน ตนไม่ได้มองว่าเป็นนัยทางการเมือง แต่เปรียบเสมือนพายุฝนที่โหมกระหน่ำเข้ามา แต่ด้วยความเป็นนักสู้ก็ต้องค่อยๆ แก้ปมไปทีละเปลาะ และถือเป็นข้อดีที่ตนจะได้พิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้หมดข้อครหาจากสังคมว่า ตนใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง ซึ่งจริงๆ แล้วตนไม่เคยใช้เลย ตนเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
โดยภายหลังส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้มีการจ่ายสำนวนไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 พิจารณา และนัดฟังคำสั่งทางคดีวันที่ 28 ก.ย.
สำหรับคดีดังกล่าวมีที่มาจากก่อนหน้านี้มีการจับกุมเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ เงินทุนหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท โดยพบว่ามีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับนายชนนพัฒฐ์ และจากการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นของดีเอสไอ เมื่อวันที่ 5 มี.ค.69 ชื่อ “Operation Gameflow” เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ทำการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 10 จุด ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สงขลา 5 จุด นนทบุรี 2 จุด ปทุมธานี 1 จุด กรุงเทพมหานคร 2 จุด เพื่อตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายเว็บพนันจากหมายจับศาลอาญา จำนวน 26 หมาย พร้อมยึดอายัดทรัพย์สินหลายรายการ โดยเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด อาทิ รายการทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ กระเป๋าแบรนด์เนม รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลฟาร์ด รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
ซึ่งในคดีนี้ก่อนหน้านี้ ดีเอสไอได้ส่งสำนวนคดีสั่งฟ้องกับอัยการคดีพิเศษ พร้อมติดตามจับกุมผู้ต้องหาส่งฝากขังศาลอาญา ถนนรัชดาฯ ได้แล้ว 2 ราย ประกอบด้วย น.ส.นารีรัตน์ (สงวนนามสกุล) และ น.ส.ศิริวรรณ (สงวนนามสกุล) จากทั้งหมด 26 หมายจับ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 24 ราย ยังอยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับศาล กบดานอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน
ต่อมาคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้พิจารณาแยกสำนวนการสอบสวนออกมาอีกคดี เป็นคดีพิเศษที่ 87/2569 เพื่อสอบสวนกรณีคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับนายชนนพัฒฐ์โดยตรง เนื่องด้วยอัยการสูงสุดเห็นว่าในคดีดังกล่าวนี้มีความผิดส่วนใดส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เป็นเหตุให้อัยการสูงสุดใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 มอบหมายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 2 ฐานความผิดแก่นายชนนพัฒฐ์ ได้แก่ ความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท และความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
โดยนายชนนพัฒฐ์ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับดีเอสไอตามที่อัยการสูงสุดมีคำสั่ง เมื่อวันที่ 13 ก.ค.69 และได้เข้าให้ปากคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้วนั้น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง และนัดหมายให้นายชนนพัฒฐ์เดินทางไปพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ

