ตำรวจไซเบอร์ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ! ลวงนักศึกษาสาวมหาลัยดังสูญ 3.6 ล้าน รวบ 4 ผู้ต้องหา ค้น 3 จุดสมุทรปราการ-สมุทรสาคร
เมือวันที่ 27 สิงหาคม พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2 และ พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2 นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลเปิดปฏิบัติการบุกค้นเป้าหมาย 3 จุด ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ 1 จุด และ จ.สมุทรสาคร 2 จุด ทลายขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่ก่อเหตุล่อลวงนักศึกษาสาว มหาวิทยาลัยชื่อดัง สูญเงินรวมกว่า 3.6 ล้านบาท
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายซึ่งเป็นนักศึกษาหญิง มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้ถูกคนร้ายโทรศัพท์เข้ามาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายโทรศัพท์มือถือ AIS แจ้งว่ามีผู้เอาเลขบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดเบอร์โทรศัพท์เพื่อกระทำความผิด จากนั้นได้ส่งสายต่อให้คนร้ายอีกรายที่อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองเลย พร้อมข่มขู่ให้เพิ่มเพื่อนทางไลน์เพื่อติดต่อสอบสวน
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อเพิ่มเพื่อนทางไลน์ คนร้ายได้ส่งข้อมูลและออกอุบายอ้างว่า ได้จับกุมผู้ต้องหาคดีฟอกเงินรายใหญ่ และผู้ต้องหาได้ให้การซัดทอดว่าผู้เสียหายขายบัญชีธนาคารให้ขบวนการนำไปใช้ฟอกเงิน หากไม่ดำเนินการตามขั้นตอนจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้แก่ผู้เสียหายเป็นอย่างมาก
จากนั้นคนร้ายได้บังคับให้ผู้เสียหายแจ้งบัญชีทรัพย์สินธนาคารทั้งหมดที่มี เพื่อโอนเงินมาตรวจสอบความบริสุทธิ์ โดยอ้างว่าหากตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดจะโอนคืนให้ทั้งหมด ทำให้ผู้เสียหายยอมโอนเงินจากหลายบัญชีไปยังบัญชีที่คนร้ายอ้างว่าเป็น “บัญชีธนาคารกลางของ ปปง.” เป็นจำนวนเงินรวม 8.5 แสนบาท
หลังจากได้เงินชุดแรกแล้ว กลุ่มคนร้ายยังได้วางแผนออกอุบายซ้ำ โดยกำชับห้ามไม่ให้ผู้เสียหายบอกพ่อแม่หรือเพื่อนอย่างเด็ดขาด และหลอกล่อให้ผู้เสียหายทำเรื่องขอทุนจากมหาวิทยาลัยเพื่อไปเรียนต่อแลกเปลี่ยนที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งอ้างว่าต้องใช้หลักทรัพย์ประมาณ 2-3 ล้านบาท โดยคนร้ายหลอกว่ารู้จักอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่จะช่วยออกหนังสือขอทุนให้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อไปขอเงินจากผู้ปกครองจำนวน 2.7 ล้านบาท เข้าบัญชีตนเอง
ต่อมาเนื่องจากระบบธนาคารจำกัดยอดการโอนเงินไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อวัน ผู้เสียหายจึงโอนเงินให้คนร้ายในรอบแรก 1.1 ล้านบาท ส่วนยอดเงินที่เหลืออีก 1.6 ล้านบาท คนร้ายได้สั่งการให้ผู้เสียหายเดินทางไปถอนเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคารภายในห้างสรรพสินค้าย่านศรีนครินทร์ แล้วนำเงินสดไปส่งมอบให้คนร้ายตามจุดนัดหมายใกล้ธนาคาร รวมถึงเปิดห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อรอส่งมอบเงินสดให้คนร้าย รวมมูลค่าความเสียหายที่ถูกหลอกลวงไปทั้งสิ้น 3,617,000 บาท ก่อนที่ผู้เสียหายจะรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.2 ได้ทำการสืบสวนแกะรอยจนพบว่าขบวนการนี้เป็นเครือข่ายใหญ่ มีบอสชาวจีนคอยสั่งการอยู่เบื้องหลัง และมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างซับซ้อน ได้แก่ กลุ่มบัญชีม้าและฟอกเงินทำหน้าที่รับโอนเงินจากผู้เสียหาย แล้วนำเงินไปกดถอนเงินสดเพื่อนำไปซื้อสินค้ามูลค่าสูงครั้งละหลายแสนบาท เช่น เหล้า บุหรี่ เพื่อนำสินค้าไปส่งต่อให้เครือข่ายนำไปขายแปลงกลับเป็นเงินสดอีกทอดหนึ่ง เป็นการฟอกเงินและอำพรางเส้นทางการเงินเพื่อหลีกเลี่ยงการร่องรอยธนาคาร
กลุ่มรับเงินสด: ทำหน้าที่จัดหารถและเดินทางไปรับเงินสดจากผู้เสียหายตามจุดนัดหมายเพื่อนำส่งต่อให้บอสชาวจีน
จากการรวบรวมพยานหลักฐาน ศาลจังหวัดสมุทรปราการได้อนุมัติออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 8 ราย และนำไปสู่การเปิดปฏิบัติการค้น 3 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย ประกอบด้วย MR. QUOC NAM (อายุ 38 ปี สัญชาติเวียดนาม) และ MR. HUY TAN (อายุ 26 ปี สัญชาติเวียดนาม) ทำหน้าที่รับเงินสดส่งต่อให้บอสชาวจีน
น.ส.ดลภัค หรือ “เจ้นิด” (อายุ 49 ปี) ทำหน้าที่รับสินค้าที่ได้จากการฟอกเงินไปขายเปลี่ยนเป็นเงินสดส่งต่อให้บอสชาวจีน (ยึดเงินสดของกลางได้ 792,690 บาท สมุดบัญชี 12 เล่ม)
นายฐิติกาล (อายุ 25 ปี) ทำหน้าที่บัญชีม้าและตระเวนถอนเงินสดไปซื้อสินค้าฟอกเงิน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนัก “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, สมคบและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ” โดยจะทำการขยายผลติดตามผู้ต้องหาอีก 4 รายที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

