สมชัย จ่อฟ้องแพ่ง เรียก 50 ล้าน ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ฉะทีมทนายไม่ทำการบ้าน กล่าวหาเท็จผิดกม.ชัด

4.09.26 | 17:06 น.

สมชัย จ่อฟ้องแพ่ง เรียก 50 ล้าน ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม อัด ทนายไม่ทำการบ้าน กล่าวหาเท็จผิดกม.ชัด

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 กันยายน จากกรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถีบจักรยานเดินทางไปที่ สน.ทองหล่อ ตามเวลานัดหมาย เพื่อแจ้งความเอาผิดกับนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม อดีตทนายความ ปรากฏว่า นายณัฐวุฒิได้มารอนายสมชัยอยู่แล้ว และใช้มือจับที่ต้นแขนของนายสมชัยและพูดว่า “จะไปไหน มึงไปไหน มึงจะไปไหน” จากนั้นผลักนายสมชัยล้มลงกับพื้น พร้อมจักรยานต่อหน้าสื่อมวลชนและตำรวจ


ขณะที่นายสมชัยพยายามตะโกนบอกว่า “แบบนี้ทำร้ายร่างกาย” แต่นายณัฐวุฒิตะโกนกลับและชี้หน้าด่านายสมชัยว่า “ทำร้ายอะไร กูพร้อมเจอมึง เดี๋ยวมึงเจอคนอย่างกู วันนี้มาขอหมายจับมึง กูรอมึงอยู่” ขณะนั้นผู้สื่อข่าวพยายามเข้าไปห้ามนายณัฐวุฒิ และบอกว่า “ทำแบบนี้ไม่มีวุฒิภาวะเลย พี่เคยเป็นถึงทนายความนะ” แต่นายณัฐวุฒิไม่ยอมหยุด และชี้หน้านักข่าวและถามว่า “มึงเป็นใคร มึงเป็นกลางหน่อย” จากนั้นได้ยกมือขอโทษผู้สื่อข่าว และบอกว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรเลย ก่อนที่นายสมชัยจะบอกว่าจะแจ้งตำรวจจับ ด้านนายณัฐวุฒิพูดว่า “แจ้งจับเลยไอ้ตุ๊ด” ตำรวจ สน.ทองหล่อ พยายามเข้าไปแยกนายณัฐวุฒิออกจากนายสมชัย แต่เจ้าตัวไม่ยอม และพยายามเข้าไปหานายสมชัยอีกครั้ง พร้อมกับกระชากหมวกของนายสมชัยออกจากศีรษะ ตำรวจต้องบอกว่าหากไม่เชื่อฟังจะใส่กุญแจมือ ทำให้นายณัฐวุฒิยอมเข้าไปกับตำรวจ

จากนั้นเวลา 14.00 น. นายสมชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับ พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผกก.สน.ทองหล่อ และพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ กรณีนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม แจ้งความเท็จทำให้ได้รับความเสียหาย และหมิ่นประมาทในที่สาธารณะอย่างร้ายแรง ประเด็นที่แจ้งความเท็จ บุคคลคนนี้ได้กล่าวหาว่าตนนำเงินบริจาคที่เปิดรับสำหรับช่วยเหลือเงินกองทุนที่จะไปช่วยคนที่ถูกฟ้องร้องปิดปาก และยังกล่าวหาว่าตนเองนำเงินบริจาคของกองทุนไปบำเรอกามหญิงสาว และจัดงานแต่งงานหลอกๆ ตนและทนายความจึงจะแจ้งความดำเนินคดีกลับในข้อหา “แจ้งความเท็จเพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา” ยืนยันว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่เป็นความจริง และยืนยันว่าเงินกองทุนที่เปิดรับบริจาคทุกบาททุกสตางค์ยังอยู่ครบ

นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความนายสมชัย กล่าวว่า กองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้นอย่างเปิดเผย มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีระบบการถอนเงินที่ต้องใช้บุคคลลงนามร่วมกันมากกว่า 1 คน ซึ่งนับตั้งแต่วันจัดตั้งกองทุนจนถึงปัจจุบัน ยังไม่เคยมีการเบิกถอนเงิน ออกจากบัญชีแม้แต่บาทเดียว

Advertisement

นายสมชัยได้นำหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากจากธนาคารกรุงเทพ สาขาธรรมศาสตร์ รังสิต มาแสดง โดยยืนยันว่ายอดเงินบริจาคในบัญชีแรกจำนวนกว่า 180,5770.40 บาท ยังอยู่ครบถ้วน ไม่เคยมีการเบิกถอนแม้แต่สตางค์เดียว โดยเอกสารสเตตเมนต์ที่ไปขอมาเมื่อช่วงเช้ามีลายเซ็นรับรองของนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับรองอยู่ด้วย ส่วนอีกหนึ่งบัญชีขององค์กรกลางมียอดเงินอยู่ราว 400,000 กว่าบาท ดังนั้น ข้อกล่าวหาที่ว่านำเงินกองทุนไปบำเรอกามจึงเป็นเรื่องเท็จอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสบายใจว่าเงินยังคงอยู่เพื่อวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือคดีความ

นอกจากนี้ นายสมชัยยังได้โชว์ภาพงานแต่งงานเมื่อ 9 ปีก่อน ยืนยันว่าเป็นสมรสพระราชทาน ไม่ใช่งานแต่งหลอก ส่วนประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่ามีภรรยาอยู่แล้ว แต่ไปหลอกแต่งงานกับหญิงสาวอีกคนเมื่อ 4-5 ปีก่อนนั้น นายสมชายกล่าวว่า งานแต่งงานดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ 9 ปีที่แล้ว โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี มาเป็นประธานในพิธี และเป็นงานสมรสพระราชทาน ไม่ใช่งานแต่งงานหลอกๆ ตามที่ถูกกล่าวหาอ้างอิงข้อมูลเท็จ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเจตนาของอดีตทนายความที่กล่าวหานายสมชัยนั้น เจ้าตัวมองว่า น่าจะเกิดจากคุณภาพของทีมทนายความและสำนักงานกฎหมายของฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ทำการบ้าน ไม่ค้นคว้าข้อมูลข้อเท็จจริง ทั้งที่สามารถค้นหาข้อมูลพื้นฐานได้ง่ายดาย นำข้อมูลเท็จมาใช้กล่าวหาจนเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายอย่างชัดเจน

นายสมชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากคดีอาญาในข้อหาแจ้งความเท็จแล้ว ในวันอาทิตย์นี้ตนได้นัดหารือกับทีมทนายความอีกชุด เพื่อเตรียมยื่นฟ้องคดีแพ่งเพิ่มเติม โดยจะเรียกค่าเสียหายให้เหมาะสมกับฐานะของผู้กล่าวหาที่อ้างว่าเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน ด้วยการฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท