ตร.จับแก๊งคอลฯเกาหลีใต้ ตั้งฐานบ้านหรูในไทย อ้างเป็นอัยการหลอกเพื่อนร่วมชาติ
เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ รอง ผบก.ปอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกับ ผู้แทนจากประเทศเกาหลีใต้ เเถลงข่าวปฏิบัติการ “Thailand-Korea Breaking Chains EP.3” บุกค้นบ้านหรูย่านบางพลี ดัดแปลงเป็นออฟฟิศแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวบผู้ต้องหาต่างชาติรวม 13 ราย พร้อมยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และระบบ VoIP จำนวนมาก
พ.ต.อ.วัชรพันธ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายเชิงรุกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท. สนองนโยบายร่วมกับแผนกกงสุลตำรวจ สถานอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

จากการตรวจค้นพบว่า บ้านพักหลังดังกล่าวถูกดัดแปลงเป็นออฟฟิศของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีการตั้งโต๊ะทำงาน 13 จุด พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ต (Router) และระบบโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต (VoIP) ซึ่งเปิดหน้าจอค้างไว้ พบเอกสารบทสคริปต์หลอกลวง เอกสารราชการปลอมแอบอ้างเป็นอัยการหรือเจ้าหน้าที่รัฐของประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงรายชื่อและเบอร์โทรศัพท์เหยื่อชาวเกาหลีใต้
พฤติการณ์ของแก๊งนี้จะใช้วิธีโทรศัพท์ผ่านระบบ VoIP เข้าไปหาเหยื่อในประเทศเกาหลีใต้ โดยปลอมตัวเป็นอัยการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่ว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความ เพื่อให้เหยื่อเกิดความกลัวและยอมโอนเงินมาให้ เบื้องต้นจากการตรวจสอบยังไม่พบความเชื่อมโยงหรือมีผู้เสียหายที่เป็นคนไทย

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 13 ราย ประกอบด้วย ชาวจีน 1 ราย คือ นายกวางยุน (GUANGYUN) อายุ 38 ปี และชาวเกาหลีใต้ 12 ราย ได้แก่ นายซอกยอน, นายซังฮุน, นายดงยอง, นายยองวอน, นายกึนโฮ, นายซูบอม, นายมินแจ, นายแจอุก, นายยองซอล, นายแจยอง, นายแจมิน และ น.ส.ชันมี โดยแจ้งข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานส่งหลักฐานคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือรวมกว่า 71 เครื่อง ให้ทางการเกาหลีใต้ขยายผลดำเนินคดีต่อไป



