อัจฉริยะ นอนคุก ศาลอาญาไม่ให้ประกัน คุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที

5.10.26 | 18:04 น.

อัจริยะ นอนคุก ศาลอาญาไม่ให้ประกัน คดีฉ้อโกง-เล่นพนันชกมวย ฟอกเงิน

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ศาลอาญา ถนยรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน บก.สอท.1 ได้นำตัวนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ อายุ 59 ปี ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5926/2569 ลงวันที่ 2 ต.ค.2569 ฐานฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ฟอกเงินและลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีนายอัจฉริยะมีพฤติกรรมใช้บัญชีเงินฝากของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่เปิดรับบริจาคก่อนโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวไปเล่นพนันมวยเงินทุนร่วม 360 ล้านบาท มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 5-16 ต.ค.69


เนื่องจากพนักงานสอบสวนยังต้องสอบปากคำพยาน รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร รอผลการตรวจพิจน์หลักฐานต่างๆ รวมทั้งเส้นทางการเงินและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ท้ายคำร้องฝากขังพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาเนื่องจากเป็นคดีที่มีข้อหาฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายและเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายใหญ่ ทางตำรวจจึงเกรงว่าหากให้ปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือส่งผลกระทบต่อรูปคดีที่อยู่ระหว่างการขยายผลได้

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

Advertisement

ทั้งนี้ทนายความของนายอัจฉริยะได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ต่อมาเวลา 17.00 น.เศษ ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของนายอัจฉริยะ ทำให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องนำตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที

ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา พฤติการณ์แห่งคดี ตามคำร้องฝากขัง แล้ว ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย โดยกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์แบ่งหน้าที่การกระทำความผิด ซึ่งผู้ต้องหาใช้บัญชีส่วนตัวและบัญชีชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม อันเป็นบัญชีบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ มีเงินหมุนเวียนในระบบ และมีเงินโอนเข้าบัญชี หรือโอนออกจำนวนมาก พฤติกรรมดังกล่าวนับเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย นับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง

ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว อ้างว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ข่มขู่ผู้เสียหายหรือพยาน อาจยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน อันเป็นการยาก ต่อการสืบสวนติดตาม ข้อเท็จจริงได้ความดังกล่าว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากได้รับการปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือไป ก่อเหตุให้เกิดความเสียหาย ต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ในชั้นนี้จึงยังมีเหตุผลเพียงพอ ที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ยกคำร้อง