ปปง. ยึดทรัพย์เพิ่ม 4 ล้านบาท คดีทุจริตสอบท้องถิ่น “เฉิน จื้อ-อภิรักษ์Forex-3D”ส่งอัยการ

9.10.26 | 10:33 น.

ปปง. ลุยเชือด ลุยยึด! ขยายผลคดีดังทุจริตสอบท้องถิ่น-สแกมเมอร์จีน-Forex-3D โกยทรัพย์สินรวมอื้อ

สำนักงาน ปปง. เดินหน้ามาตรการเด็ดขาดตัดวงจรอาชญากรรม แถลงผลประชุมคณะกรรมการธุรกรรม สั่งลุยยึด-อายัดทรัพย์สินเพิ่ม 3 คดีใหญ่ ทั้งแก๊งทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เครือข่ายสแกมเมอร์ “นายเฉิน จื้อ” และแชร์ลูกโซ่ Forex-3D พร้อมเตรียมส่งอัยการยื่นศาลยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินและคืนเงินผู้เสียหายกว่า 7,000 ราย


เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ซึ่งมี นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินในความผิดมูลฐาน ในคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน 3 รายคดี ดังนี้:

1. รายคดี กรณีข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กับพวก

กรณีดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ ซึ่งมีพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและความผิดเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอั้งยี่ฯ โดยเลขาธิการ ปปง. และคณะกรรมการธุรกรรมเคยมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 108 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 320 ล้านบาท (ตามคำสั่ง ย.190-192/2569)

Advertisement

ในการนี้ สำนักงาน ปปง. สืบสวนขยายผลพบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 5 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท (คำสั่ง ย.236/2569)

2. รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก

เป็นพฤติการณ์ความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงและยักยอกอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การเป็นสมาชิกอั้งยี่ฯ และความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรมเคยมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 96 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท (คำสั่ง ย.293/2568) ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 25/2569

จากการสืบสวนขยายผลพบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (เพิ่มเติม) จำนวน 416 รายการ (เช่น ที่ดิน ยานพาหนะ สินค้าแบรนด์เนม และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 118 ล้านบาท (คำสั่ง ย.169/2569)

3. รายคดี นายอภิรักษ์ กับพวก

กรณีหลอกลวงให้ลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ (Forex-3D) เป็นพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้รวม 5 ครั้ง (ย.183/2562, ย.62/2563, ย.141/2566, ย.197/2566 และ ย.117/2569) ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาชั้นศาลแยกเป็น 5 สำนวนคดี

ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (เพิ่มเติม) รวมทรัพย์สินที่ดำเนินการในกรณีดังกล่าวทั้งหมด 298 รายการ มูลค่ากว่า 581 ล้านบาท และคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 7,642 ราย

ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. ระบุว่า การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินในความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สามารถขยายผลไปยังทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในทุกมิติ หากปรากฏหลักฐานเชื่อมโยงไปยังทรัพย์สินของบุคคลใด สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินให้ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมาย และคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน เพื่อตัดวงจรเครือข่ายการประกอบอาชญากรรมให้สมตามเจตนารมณ์ของกฎหมายต่อไป