ปลัดยุติธรรม แถลงเปิดปฏิบัติการ Black Research รวบพนักงานโรงแรม แอบอ้างเป็นอาจารย์ทำวิจัยเพศวิถีฯ หลอกลวงเด็กมัธยมให้ส่งภาพลามก บันทึกกิจกรรมทางเพศ พบไฟล์ลามกกว่า 5,000 ไฟล์ เร่งขยายผลช่วยเหลือผู้เสียหาย
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมแถลงข่าว DSI เปิดปฏิบัติการ Black Research รวบพนักงานโรงแรม แอบอ้างทำวิจัยเพศวิถีฯ หลอกเด็กมัธยมส่งภาพลามก – บันทึกกิจกรรมทางเพศ เร่งขยายผลช่วยเหลือผู้เสียหาย
โดยร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เจ้าหน้าที่ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กองปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ร่วมกับองค์กร OUR RESCUE จับกุม นายบัญชา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง ตามหมายศาลอาญา ที่ 5933/2569 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ในคดีพิเศษที่ 18/2569 โดยจับกุมได้ที่บริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านเจริญนคร กรุงเทพมหานคร หลังสืบสวนพบพฤติการณ์ต้องสงสัยว่า ใช้เอกสารมหาวิทยาลัยปลอม สร้างบัญชี LINE ปลอมเป็นชื่ออาจารย์มหาวิทยาลัยหลายแห่งเพื่อหลอกลวงนักเรียนชายระดับมัธยมศึกษาหลายราย

ซึ่งในขณะเกิดเหตุมีอายุตั้งแต่ 15 – 17 ปี ให้เข้าร่วมโครงการวิจัยเกี่ยวกับเพศ โดยหลอกลวงให้ส่งภาพและคลิปวิดีโอลามกอนาจารของผู้เสียหายส่งให้ทางออนไลน์ รวมถึงชักจูงให้ไปพบตามสถานที่ต่าง ๆ บังคับหลอกลวงให้มีเพศสัมพันธ์ โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิจัย จากการตรวจค้นจับกุมพบไฟล์ลามกอนาจารมากกว่า 5,000 ไฟล์ ประกอบด้วยภาพลามกเด็กกว่า 3,000 ไฟล์ และลามกผู้ใหญ่ ประมาณ 2,000 ไฟล์ คณะพนักงานสอบสวนจึงยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง ไอแพด จำนวน 1 เครื่อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งศาลอาญา ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 14.45 น. เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 องค์กร OUR RESCUE ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ได้ส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบ หลังผู้เสียหายเข้าร้องขอความช่วยเหลือว่าชายรายหนึ่งชื่อ “นายบัญชา” มีพฤติการณ์หลอกลวงนักเรียนสมัยมัธยมศึกษาโรงเรียนชื่อดังจำนวนหลายรายให้ส่งภาพและวิดีโอลามกอนาจาร โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยด้านเพศวิถีและการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์
ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าว เริ่มขึ้นเมื่อปี 2562 โดยนายบัญชาฯ ได้ติดต่อผู้เสียหายที่รู้จักจากโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง และชักชวนให้ตอบแบบสอบถามออนไลน์เกี่ยวกับเพศวิถีและประสบการณ์ส่วนบุคคล
โดยอ้างว่าจะนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวิจัยของมหาวิทยาลัย ต่อมานายบัญชาฯได้ปลอมแปลงเอกสารของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง และสร้างบัญชี LINE ปลอมโดยใช้ชื่อของอาจารย์มหาวิทยาลัยเพื่อติดต่อกับผู้เสียหาย ซึ่งอาจารย์มหาวิทยาลัยไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว
จากนั้นเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ส่งภาพและคลิปวิดีโอเปลือยของตนเอง รวมถึงบันทึกภาพขณะทำกิจกรรมทางเพศตามคำขอ หรือคำสั่งที่ได้รับผ่าน LINE ดังกล่าว

นอกจากนี้ ผู้เสียหายรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ถูกนัดหมายให้ไปพบนายบัญชาฯ ตามสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงที่บ้านพักอ้างว่าเป็นขั้นตอนของการเก็บข้อมูลวิจัย และชักจูงให้มีเพศสัมพันธ์หลายครั้ง โดยกล่าวอ้างว่าเป็นกระบวนการที่อาจารย์ผู้วิจัยกำหนดไว้ และข่มขู่เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายไม่กล้าถอนตัวจากโครงการ พร้อมแสดงเอกสารที่อ้างว่าเป็นเอกสารของมหาวิทยาลัย
ในชั้นนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้แจ้งข้อหานายบัญชาฯ ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดและลงลายมือชื่อปลอมในเอกสารโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ปลอมเอกสารราชการ ใช้หรืออ้างเอกสารปลอมหรือเอกสารราชการปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน บันทึกและส่งต่อซึ่งภาพหรือเสียงการกระทำชำเราหรือการกระทำอนาจารที่บันทึกนั้นไว้เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ
โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใด ครอบครองและส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา
สำหรับผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องกับคดีพิเศษดังกล่าว คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้ประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเพื่อขอรับเงินเยียวยาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 อีกส่วนหนึ่งด้วยแล้ว


