ผอ.สสวท. หนุนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ชูเรียนรู้ตลอดชีวิต ห่วงภาษากฎหมายซับซ้อน

4.08.26 | 09:00 น.

ผอ.สสวท. หนุนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ชูเรียนรู้ตลอดชีวิต ห่วงภาษากฎหมายซับซ้อน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม ถึง วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ โดยสาระสำคัญ ทางคณะอนุกรรมการฯ พยายามจะทำให้ ร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ให้เป็นธรรมนูญการศึกษา มีการจัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ภายในเดือนกันยายน หาก ครม. ให้ความเห็นชอบ จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อดูรายละเอียด ก่อนเข้าเสนอสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาวาระ1 รับหลักการ ตามขั้นตอน โดยมีทั้งเสียงสนับสนุน การจัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และข้อเสนอแนะเรื่องการกระจายอำนาจนั้น


นายธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่า เข้าใจว่าร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ นี้ มีการปรับแนวคิดการจัดการศึกษาให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของโลกปัจจุบันที่คนทุกช่วงวัยจำเป็นต้องเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการใช้ชีวิตและการทำงานในอนาคต

นายธีระเดช กล่าวต่อว่า ร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเห็นด้วยกับแนวทางการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีการพัฒนาไปในทิศทางและเป้าหมายเดียวกัน เพราะครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ทัดเทียมนานาประเทศ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังมีความกังวลคือ ลักษณะของร่างกฎหมายที่จำเป็นต้องใช้ภาษากฎหมาย ซึ่งมีความซับซ้อนและอาจทำให้แต่ละคนตีความแตกต่างกันได้ ดังนั้น ควรมีการทำสรุปสาระสำคัญในรูปแบบอินโฟกราฟิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยแปลงภาษากฎหมายที่มีความเป็นทางการให้เข้าใจง่ายขึ้น และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสาระสำคัญของกฎหมายได้มากขึ้น

“นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาไทย สิ่งสำคัญคือหลังจากกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว จะสามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมกับผู้เรียนได้มากน้อยเพียงใด ดังนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน ไม่อยากให้มองว่าการศึกษาเป็นเรื่องของครู นักเรียน หรือผู้ปกครองเท่านั้น แต่การศึกษาเป็นเรื่องของทุกคน เพราะเมื่อเด็กจบการศึกษาแล้วก็ต้องเข้าสู่ตลาดแรงงาน การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจึงเป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น” นายธีระเดช กล่าว