มทร.กรุงเทพ แจง MOU จีนเทาไม่มีจริง ยันเอาผิดพ.ร.บ.คอมพ์-PDPAเกรียนคีย์บอร์ด

6.08.26 | 16:21 น.

มทร.กรุงเทพ แจง MOU จีนเทาไม่มีจริง ทุกหลักสูตรผ่านกระบวนการถูกต้อง ยันเอาผิดพ.ร.บ.คอมพ์-PDPAเกรียนคีย์บอร์ด


เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม  ที่ห้องประชุมศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)กรุงเทพ ทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยประกอบด้วย ผศ.ชัยศักดิ์ คล้ายแดง รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษและวิเทศสัมพันธ์  ผศ.ดร.ภูริวัตร คัมภีรภาพพัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและแผนงาน  รศ.ดร.สายชล ชุดเจือจีน รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย  นายภูมิภวิชญ์ ทิพย์ธีรเศวต ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มทร.กรุงเทพ และ ผศ.อลงกรณ์ อยู่สำราญ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน  ได้ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่ มีข่าวระบุว่า ผู้บริหารและกลุ่มรักษาการอธิการบดี มทร.กรุงเทพ และวิทยาลัยนานาชาติ มีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนข้ามชาติ ลงนาม MOU โดยไม่ผ่านสภามหาวิทยาลัย จัดทำหลักสูตรลวง และมีขบวนการสวมสิทธิ์ออกวีซ่านักศึกษาเท็จ นั้น

ผศ.ชัยศักดิ์  กล่าวว่า ประเด็นปัญหาเกิดจากการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริงทำให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และทำให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียงที่สั่งสมมานานหลายสิบปี ดังนั้นการแถลงข่าววันนี้จึงเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัย โดยในประเด็นการลงนาม MOU โดยไม่ผ่านสภามหาวิทยาลัยและเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนจีน นั้น ขอชี้แจงว่า มหาวิทยาลัยไม่เคยทำ MOU อย่างที่กล่าวอ้าง เรื่องนี้ไม่มีจริง และเอกสารที่นำมาเสนอก็มีการปลอมแปลงลายเซ็นของอธิการบดี(รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี) ส่วนภาพที่นำเสนอก็เป็นภาพเก่าที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ MOU ที่อ้างถึง  ส่วนที่กล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยมีการเปิดพื้นที่ให้กลุ่มชาวจีนเข้ามาใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นฐานปฏิบัติการ เรียกว่า China Center และบุคลากรของวิทยาลัยนานาชาติก็เป็นชาวจีนทั้งหมด นั้น เรื่องนี้ก็ไม่เป็นความจริงเช่นกัน มหาวิทยาลัยไม่ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่เป็น  China Center จะมีแต่ International Student Admissions & Counseling Office ซึ่งเป็นเพียงห้องพักอาจารย์ชาวจีนจำนวน 3 คน และเป็นศูนย์ประสานงานนักศึกษาชาวต่างชาติเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักศึกษา  ขณะที่ข้อกล่าวหาที่ว่า มีการแอบเปิดหลักสูตรที่ไม่ได้มาตรฐาน รับผู้จบ ม.3 เข้าเรียนควบ ม.ปลาย และปริญญาตรี โดยเรียนจบภายใน 5 ปี และมีการเรียกค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจริง เรื่องนี้ก็ไม่เป็นความจริง มทร.กรุงเทพ ไม่มีหลักสูตร 5 ปีที่รับผู้จบ ม.3 มีแต่หลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี รับผู้จบ ม.6 หรือหากจะพูดถึงหลักสูตรภาษาสำหรับชาวต่างชาติ เราก็มีโครงการอบรมภาษาขั้นพื้นฐานแบบเข้มข้นสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นหลักสูตรระยะสั้นที่ได้รับการอนุมัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องแล้ว เพียงหลักสูตรเดียว ที่สำคัญไม่ใช่ระดับปริญญา

Advertisement

“มหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้นิติกรรวบรวมข้อมูลเพื่อแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์   และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และได้ประสานไปยังตำรวจไซเบอร์  หรือ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แล้ว ดังนั้นขอฝากถึงบรรดาเกรียนคีย์บอร์ดด้วย ว่า ตอนนี้อาจจะถูกบันทึกข้อมูลไว้แล้ว และฝากเป็นข้อคิดว่าก่อนที่จะพิมพ์หรือเขียนอะไรลงไปขอให้ระมัดระวัง เพราะเรามีฝ่ายตรวจสอบที่จะดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงการนำข้อมูลราชการไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนเรื่องการแอบอ้างต่าง ๆ วันนี้มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการแล้วเพราะมหาวิทยาลัยได้รับความเสียหายอย่างมาก” ผศ.ชัยศักดิ์ กล่าว

รศ.ดร.สายชล กล่าวว่า มทร.กรุงเทพ จัดการศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และ หลักสูตร Non-Degree (หลักสูตรการศึกษาหรือฝึกอบรมระยะสั้นที่เน้นการพัฒนาทักษะเฉพาะทาง) โดยทุกหลักสูตรจะต้องผ่านกระบวนมากมายตั้งแต่ระดับภาควิชา ระดับคณะ สภาวิชาการ และสภามหาวิทยาลัย จนถึงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ส่วนผู้ที่จะเข้าเรียนจะต้องมีคุณวุฒิตรงตามที่หลักสูตรรับ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบตั้งแต่กระบวนการแรกรับอย่างเข้มงวด ดังนั้นที่มีการระบุว่า มทร.กรุงเทพเปิดหลักสูตรลวง รับผู้จบ ม.3 มาเรียน 5 ปี จบ ปริญญาตรี จึงไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เคยมีผู้ปกครองเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับหลักสูตรที่มีการกล่าวอ้าง ซึ่งอธิการบดีได้สั่งการให้ตรวจสอบและมอบหมายให้ผู้ช่วยอธิการบดีไปลงบันทึกประจำวันไว้แล้วว่ามหาวิทยาลัยไม่เคยมีหลักสูตรลักษณะนี้  รวมถึงได้ชี้แจงกระทรวง อว.แล้ว

ส่วนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกระบวนการสวมสิทธิ์นักศึกษาเพื่อขอวีซ่านั้น รศ.ดร.สายชล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีขั้นตอนและประกาศที่ชัดเจนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยนักศึกษาต้องเข้ามาสมัครด้วยตนเองและมีเอกสารถูกต้องครบถ้วน ที่สำคัญ ทางมหาวิทยาลัยได้ทำข้อตกลงกับกระทรวง อว.ว่า ผู้ที่จะลงนามในหนังสือตรวจลงนามไปยัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ได้ มีเพียง อธิการบดี มทร.กรุงเทพ เท่านั้น

ด้าน ผศ.ดร.ภูริวัตร กล่าวว่า โดยหลักการทำ MOU ไม่ว่าจะทำกับหน่วยงานในประเทศหรือต่างประเทศ จะต้องมีคณะกรรมการบริหารหน่วยงานทำเรื่องเสนอมาที่กรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเพื่อขออนุมัติในหลักการ และนำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อขออนุมัติ แต่สำหรับข้อมูล MOU ที่ถูกกล่าวอ้างตามที่เป็นข่าวนั้น จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีปรากฏในระบบ และ ลายเซ็น ที่ปรากฏใน MOU ดังกล่าวก็ไม่ใช่ลายเซ็นของ รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี  ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  จึงน่าจะเป็นการนำเสนอปลอมที่ผู้ไม่หวังดีทำขึ้นมา เป็นการนำไปสู่ข้อมูลที่เป็นเท็จ