งัด ‘9 ข้อ’ ดูแล ร.ร. ศธ.ยกระดับความปลอดภัย ตรวจอาวุธ-เข้มเข้าออก ประเสริฐเตรียมใช้ทั่ว ปท.
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยผู้บริหารศธ.ได้ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ว่าที่ร้อยตรีหญิง นันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับผู้วายชนม์ ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พร้อมพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพิธีวางพวงมาลาพระราชทาน รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ถือว่ารุนแรงและเกิดความสูญเสียมาก พร้อมเร่งสิทธิประโยชน์ ทั้งเงินสงเคราะห์ การขอพระราชทานเพลิงศพ เลื่อนขั้นเงินเดือน และมอบรางวัล ครูถิรคุณ เชิดชูเกียรติ เพื่อยึดมั่นในคุณงามความดีของแม่พิมพ์ของชาติ ด้านนโยบายได้สั่งการ ปิดเรียน 1 สัปดาห์ จะเปิดเรียนอีกครั้งวันที่ 17 สิงหาคม จากนี้เร่งฟื้นฟูสภาพจิตใจนักเรียนและผู้ปกครองเป็นการด่วน พร้อมทุกฝ่ายก้าวผ่านความยากลำบากนี้ร่วมกัน ขณะเดียวกันรัฐบาลและศธ.ได้ยกระดับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด เข้มงวดการห้ามพกอาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย คัดกรองกลุ่มเสี่ยง พิจารณาติดตั้งเครื่องสแกนในโรงเรียนตามความเหมาะสม บูรณาการร่วมกับตำรวจใกล้ชิด สำหรับคดีความและครอบครัวผู้ก่อเหตุ ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการสืบสวน ศธ.พร้อมเข้าไปดูแลช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมที่สุด
นายประเสริฐกล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้ประชุมด่วนกับผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช. ) โรงเรียนเอกชน และ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ทั่วประเทศ ทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์ผ่านระบบซูม เพื่อชี้แจงแนวทางมาตรการความปลอดภัย พร้อมเตรียมประกาศและรายละเอียดมาตรการเข้มงวดเพิ่มเติมโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครอง ครู และนักเรียน ควบคู่กับการยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาให้มีมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติชัดเจนมากขึ้น ดังนี้ มาตรการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบและป้องกันเหตุซ้ำรอย 1.ขอความร่วมมืองดเปิดเผยข้อมูลผู้ก่อเหตุ เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ (Copycat Effect) 2.เยียวยาและปฐมพยาบาลทางจิตใจอย่างต่อเนื่องแก่ผู้ได้รับผลกระทบและผู้อยู่ในที่เกิดเหตุการณ์ 3.ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานศึกษาทั่วประเทศ , มาตรการความปลอดภัยและการดูแลสถานศึกษา 1.ดูแลสุขภาพจิตและเปิดช่องทางช่วยเหลือทั่วประเทศ ขับเคลื่อนศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ศธ. และเครือข่ายนักจิตวิทยาประจำเขตพื้นที่คัดกรองกลุ่มเสี่ยงเชิงรุก พร้อมบูรณาการอาจารย์ มหาวิทยาลัยและสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 ให้บริการปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
นายประเสริฐกล่าวต่อว่า 2.เยียวยาโรงเรียนที่เกิดเหตุและผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง จัดส่งนักจิตวิทยาเข้าบำบัดฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมอนุญาตให้ครูและนักเรียนย้ายโรงเรียนชั่วคราวได้หากจำเป็นต่อการเยียวยาจิตใจ 3.ปิดโรงเรียนที่เกิดเหตุชั่วคราว เพื่อบรรเทาภาวะจิตใจเบื้องต้น ปรับการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 10–14 สิงหาคม 2569 เพื่อให้เวลานักเรียนและบุคลากรฟื้นฟูจิตใจ เน้นลดแรงกดดันด้านการเรียนก่อนประเมินความพร้อมในการเปิดเรียนปกติ 4.เปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองเข้าสังเกตการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจ อนุญาตให้ผู้ปกครองเข้าสังเกตการณ์ในสถานศึกษาได้เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ผ่านระบบลงทะเบียนและตรวจสอบตัวตนอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต 5 เร่งมาตรการความปลอดภัยระยะสั้น พร้อมเดินหน้ากฎหมายระยะยาว ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. ดูแลความปลอดภัยของนักเรียนในระยะยาว ส่วนระยะสั้นเพิ่มความเข้มงวดห้ามพกอาวุธ ยาเสพติด และบุหรี่ไฟฟ้า ให้อำนาจครูตรวจค้นและอนุญาตให้อุปกรณ์สื่อสารใช้เพื่อการเรียนเท่านั้น
นายประเสริฐกล่าวด้วยว่า 6.ยกระดับการคัดกรองบุคคลภายนอกก่อนเข้าสถานศึกษา ยกระดับมาตรการคัดกรองบุคคลเข้า-ออกให้รัดกุมรอบด้านมากกว่าการพึ่งพาเพียงกล้อง CCTV บูรณาการความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ตำรวจ และผู้ปกครองในการเฝ้าระวังความเสี่ยง 7.จัดทำแผนป้องกันและรับมือเหตุฉุกเฉิน พร้อมซักซ้อมร่วมกับตำรวจ จัดทำแผนรับมือเหตุฉุกเฉินและซักซ้อมการปฏิบัติจริงร่วมกับตำรวจในพื้นที่ พร้อมขยายความร่วมมือไปยังสถานศึกษาสังกัด กทม. อปท. และ ตชด. เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยเดียวกัน 8.สื่อสารอย่างรับผิดชอบ ป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ (Copycat Effect) ขอความร่วมมือสื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องระมัดระวังการเสนอข่าวและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อเยาวชนและสังคมเป็นหลัก 9. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในสถานศึกษา ส่งเสริมความไว้วางใจและบรรยากาศอบอุ่นระหว่างครูกับนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการรับคำปรึกษา มุ่งป้องกันและแก้ไขปัญหาทางจิตวิทยาตั้งแต่ต้นทาง

