หน้าแรก ในประเทศ กทม.ตั้งศูนย์...

กทม.ตั้งศูนย์สกัดท่วม 50 เขต รับมือฝนหนัก ระดมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เฝ้าระวัง 24 ชม.

3.08.26 | 18:20 น.

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผย ถึงการเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำของ กรุงเทพมหานคร รวมถึงการเตรียมพร้อมแผนฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน กรณีเกิดสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ

นายณรงค์ กล่าวว่า กทม. ได้เตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ฝนที่เพิ่มขึ้นและฝนตกหนัก โดยใช้แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 ร่วมกับแผนเผชิญเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ และมีคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ขึ้นในทุกสำนักงานเขต พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นศูนย์ช่วยเหลือประชาชนในทั้ง 50 สำนักงานเขต โดยได้วางมาตรการรองรับและมอบหมายการปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างเข้มข้น ดังนี้

1) จัดกำลังเจ้าหน้าที่ หน่วยเคลื่อนที่เร็ว เฝ้าระวังจุดอ่อนน้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชน

โดยให้สำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ และบุคลากร เพื่อเข้าพื้นที่แก้ไขปัญหาได้ในทันที โดยเฉพาะบริเวณจุดอ่อนน้ำท่วมขัง จุดเสี่ยงน้ำท่วม พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่เศรษฐกิจ ชุมชนริมคลอง และเส้นทางจราจรสำคัญ พร้อมทั้งตรวจสอบและทำความสะอาดท่อระบายน้ำในถนนสายรอง ตรอก ซอย ตรวจสอบช่องรับน้ำไม่ให้มีขยะอุดตัน จัดรถสายตรวจพร้อมเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือประชาชนในจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมขังระดับสูง

รวมถึงจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (หน่วย BEST) และเจ้าหน้าที่เทศกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร และหากเกิดปัญหาน้ำท่วมขังในระดับสูงจนมีรถยนต์ขัดข้อง จะมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือกรณีเครื่องยนต์ดับหรือเครื่องยนต์ขัดข้องบนท้องถนนอย่างทันท่วงที

Advertisement

รวมถึงประสานหน่วย BEST และเจ้าหน้าที่ภาคสนามของสำนักการระบายน้ำ (สนน.) เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำและช่วยเหลือประชาชนในกรณีเกิดน้ำท่วมขัง

2) เดินหน้าพร่องน้ำ และตรวจสอบความพร้อมระบบระบายน้ำ และพื้นที่ก่อสร้าง 24 ชั่วโมง

กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม เพื่อติดตามกลุ่มฝนผ่านระบบเรดาร์ตรวจอากาศ ตรวจสอบปริมาณฝน ระดับน้ำในคลอง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ ได้แก่ ประตูระบายน้ำ จำนวน 244 แห่ง สถานีสูบน้ำ จำนวน 207 แห่ง อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง และบ่อสูบน้ำ จำนวน 371 แห่ง ตรวจสอบระบบเครื่องสูบน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบควบคุม และเครื่องจักรกลต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยได้ดำเนินการตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าและเครื่องสูบน้ำเครื่องยนต์ตามจุดติดตั้งในความรับผิดชอบแล้วเสร็จ

พร้อมจัดเตรียมบุคลากรด้านเครื่องกลและไฟฟ้า เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ในทันที ประกอบกับได้ดำเนินการลดระดับน้ำตามคลองและแก้มลิงให้อยู่ในระดับต่ำตามเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำ เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำ ลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วม และลดผลกระทบต่อประชาชน สำหรับพื้นที่ก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า ได้กำชับเจ้าของโครงการและผู้รับจ้างให้ตรวจสอบและเปิดทางระบายน้ำ ดูแลระบบท่อระบายน้ำชั่วคราว พร้อมจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำและเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทันทีเมื่อเกิดฝนตกหนัก

3) กางแผนฉุกเฉินรับมือน้ำท่วมขัง พร้อมรับมือไฟฟ้าขัดข้อง

สำหรับแผนฉุกเฉินกรณีน้ำท่วมขังและกระแสไฟฟ้าขัดข้อง กรณีมีฝนตกหนักต่อเนื่องจนเกิดปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย ได้จัดหน่วย BEST เข้าดูแลพื้นที่จุดเสี่ยง จุดเฝ้าระวัง ถนนสายหลัก และพื้นที่ชุมชน พร้อมจัดเตรียมรถสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Unit) จำนวน 12 คัน และเจ้าหน้าที่ประจำรถ รถเครน รถบรรทุกติดเครน เครื่องสูบน้ำสำรอง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่ อุปกรณ์ส่องสว่าง และเครื่องมือซ่อมบำรุง เพื่อเข้าช่วยเหลือและเร่งระบายน้ำในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ สนน. ยังได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำเครื่องยนต์ จำนวน 200 เครื่อง ให้แก่สำนักงานเขตทั้ง 6 กลุ่มเขต เพื่อติดตั้งในพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วมและเพิ่มศักยภาพด้านการระบายน้ำในช่วงฝนตกหนัก

ส่วนกรณีกระแสไฟฟ้าขัดข้อง ได้ดำเนินการตรวจสอบแนวสายไฟฟ้าและประสานการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดำเนินการตัดแต่งกิ่งไม้ที่อาจกระทบต่อแนวสายไฟ รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสัตว์ที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดไฟฟ้าขัดข้องหรือไฟดับ พร้อมทั้งตรวจสอบความพร้อมของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ระบบสับเปลี่ยนแหล่งจ่ายไฟ ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง และระบบควบคุมไฟฟ้า รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ด้านเครื่องกลและไฟฟ้าเข้าประจำจุดสำคัญ และประสานงานกับ กฟน. เพื่อเร่งแก้ไขเหตุขัดข้องและสนับสนุนแหล่งจ่ายไฟฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานของสถานีสูบน้ำ เครื่องสูบน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ

4) ผนึกกำลังปริมณฑล-กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำไร้รอยต่อ

กทม. ได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัดปริมณฑลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการน้ำจากฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่รอยต่อให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน โดย กทม. ได้ประสานข้อมูลและบริหารจัดการน้ำร่วมกับกรมชลประทาน โดยเฉพาะสำนักงานชลประทานที่ 11 จังหวัดปริมณฑล จังหวัดรอยต่อ และหน่วยงานที่รับผิดชอบคลองหรือถนน เพื่อพิจารณาปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน ระดับน้ำตามคลองสายหลักที่เชื่อมต่อกัน ระดับน้ำทะเลหนุน และความสามารถในการรองรับน้ำของพื้นที่ปลายทาง

สำหรับการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำและการเดินเครื่องสูบน้ำในคลองพื้นที่รอยต่อระหว่าง กทม. และคลองในพื้นที่รับผิดชอบของกรมชลประทาน เช่น สถานีสูบน้ำเปรมใต้ สถานีสูบน้ำหนองจอก และสถานีสูบน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ กทม. และสำนักงานชลประทานที่ 11 ได้กำหนดเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำร่วมกัน

โดยพิจารณาจากภาพรวมของระบบระบายน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ โดยไม่เพิ่มผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง ทั้งสองหน่วยงานจะแลกเปลี่ยนข้อมูลปริมาณฝน ระดับน้ำ และสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การควบคุมสถานการณ์และการสั่งการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

5) เปิดช่องทางแจ้งเตือนและรับแจ้งเหตุเดือดร้อนตลอด 24 ชั่วโมง

กทม. ได้เปิดช่องทางการแจ้งเตือนสถานการณ์ฝนให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้า และช่องทางติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ https://dds.bangkok.go.th , https://pr-bangkok.com , Facebook: @BKK.BEST , กรุงเทพมหานคร X: @BKK_BEST, แจ้งเหตุน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ โทร. 0 2248 5115 หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue หรือสายด่วน กทม. โทร. 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง