คุก หมิงเฉิน ซัน 44 ปี 24 เดือน ซุกระเบิดซีโฟร์ ปืนสงคราม เครื่องตัดสัญญาณ สั่งริบยุทธภัณฑ์ทั้งหมด

4.08.26 | 07:54 น.

อัยการพัทยาใช้เวลาเพียง ไม่ถึง 3 เดือน เร่งรัดส่งฟ้องชาวจีนซุกคลังอาวุธ ศาลสั่งจำคุกชาวจีน 44 ปี 24 เดือน ซุกคลังแสงปืนสงคราม-ซีโฟร์-ระเบิด

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลจังหวัดพัทยาอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ท.45/2569 และคดีหมายเลขแดง ท.25/2569 ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยาเป็นโจทก์ ฟ้อง นายหมิงเฉิน ซัน (MR.MINGCHEN SUN) กับพวก รวม 2 คน ในความผิดเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนสงคราม เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ยุทธภัณฑ์ และเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต


คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดอาวุธและยุทธภัณฑ์จำนวนมากจากจำเลย ประกอบด้วย ปืนสงคราม เครื่องกระสุน ซองกระสุน วัตถุระเบิดแรงสูงชนิดซีโฟร์ (C4) อุปกรณ์ประกอบระเบิด เสื้อเกราะกันกระสุน เครื่องตัดสัญญาณวิทยุ และวิทยุสื่อสาร โดยนายหมิงเฉิน ซัน เป็นผู้ครอบครองของกลางดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต

ในชั้นพิจารณา นายหมิงเฉิน ซัน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีของจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความชั่วคราว พร้อมกำหนดให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องใหม่ภายใน 15 วัน และให้ออกหมายขังไว้ระหว่างดำเนินคดี

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของนายหมิงเฉิน ซัน จำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม แม้จำเลยจะรับสารภาพอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา แต่เนื่องจากพฤติการณ์มีความร้ายแรง กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของรัฐ จึงลดโทษให้เพียงหนึ่งในสาม พิพากษาจำคุกรวม 44 ปี 24 เดือน

Advertisement

พร้อมกันนี้ ศาลมีคำสั่งริบของกลางทั้งหมด ได้แก่ ปืนพก Glock ขนาด 9 มิลลิเมตร ปืนเล็กกล M4 และ M16 เครื่องกระสุนปืน ระเบิดสังหารบุคคลหลายชนิด ระเบิดซีโฟร์ เสื้อเกราะกันกระสุน หน้ากากป้องกันสารเคมี เครื่องตัดสัญญาณวิทยุ ชุดรีโมตรับ-ส่งสัญญาณ และยุทธภัณฑ์อื่นที่ตรวจยึดได้

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวถือเป็นอีกคดีสำคัญที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยาเร่งรัดการดำเนินคดีจนมีคำพิพากษาภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน นับจากวันเกิดเหตุ สะท้อนการบูรณาการทำงานร่วมกันของพนักงานสอบสวน อัยการ และศาล ในการนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างรวดเร็ว ภายใต้กรอบของกฎหมาย