หน้าแรก ในประเทศ ชัชชาติ รอกรม...

ชัชชาติ รอกรมบัญชีกลางชี้ขาด ปมคุณสมบัติ บ.ประมูลอุโมงค์บึงหนองบอน ยัน ‘ใช้ความรู้สึกตัดสินไม่ได้’

4.08.26 | 14:47 น.

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ.2569 เป็นวันที่ 2 เพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้อง


ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ก่อนการประชุม นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน อาจขาดคุณสมบัติเนื่องจากอยู่ระหว่างยื่นฟื้นฟูกิจการ ว่า เบื้องต้นกรุงเทพมหานครต้องดำเนินการตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง ที่จะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง แต่เพื่อความรอบคอบ ทางกรุงเทพมหานครได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมบัญชีกลางอีกครั้ง ว่ากรณีดังกล่าวสามารถทำสัญญาจ้างได้หรือไม่ เนื่องจากกรมบัญชีกลางเป็นผู้ชี้ขาดเรื่องคุณสมบัติของผู้ยื่นประมูล โดยเข้าใจว่าบริษัทอาจเข้าร่วมประมูลก่อนที่จะประสบปัญหาทางการเงิน

“เราต้องปฎิบัติตามแนวทางของกรมบัญชีกลางที่ควบคุมระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง เข้าใจว่าในเงื่อนไขของกรมบัญชีกลาง ถ้าบริษัทเข้าสู่แผนฟื้นฟู ก็จะไม่นับเรื่องทุนที่เป็นลบ เข้ามาเกี่ยวข้อง และกรรมการ ที่ดำเนินการประมูล ได้มีการตรวจสอบ โทรไปถามตั้งแต่ตอนต้น ตอนนี้ให้มีการสอบถามอีกครั้งหนึ่ง เพราะสุดท้ายเราต้องทำตามระเบียบอย่างชัดเจน ว่ากรมบัญชีกลางต้องมีแนวปฎิบัติอย่างไร ซึ่งได้ทำหนังสือออกไปถามแล้วว่าอย่างนี้จะสามารถจ้างได้หรือไม่เรื่องนี้คงต้องขึ้นกับกรมบัญชีกลาง เพราะเป็นคนผู้ชี้ขาด เรื่องคุณสมบัติของผู้ที่มาประมูล ซึ่งส่งเอกสารเรียบร้อย เดี๋ยวจะไปเร่งคำตอบอีกครั้ง

อย่างที่บอกว่าเรื่องระเบียบจัดซื้อจัดจ้างมันมีระเบียบ ที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นเราคงต้องให้เกิดความมั่นใจ จริงๆเราก็อยากได้ผู้รับเหมาที่มีความมั่นคงทางการเงิน เพราะมันทำให้เรามีความสบายใจมากขึ้น
แต่สุดท้ายเราต้องยึดตามระเบียบของกรมบัญชีกลางเป็นหลักไม่ใช่อำนาจของผู้ว่าฯ ว่ามีสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์ เพื่อความรอบคอบก็ได้มีการสอบถามไป” นายชัชชาติ กล่าว

Advertisement

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปถึง โครงการระบบรวบรวมน้ำเสีย และระบบบําบัดน้ําเสียธนบุรี ซึ่งบริษัทผู้ดำเนินการ มีความมั่นคงทางการเงิน แต่การก่อสร้างล่าช้า

นายชัชชาติ ตอบว่า ส่วนตัวเชื่อว่าโครงการนี้มีปัญหามาตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งในด้านการออกแบบ สภาพหน้างานที่ไม่สอดคล้องกับแบบก่อสร้าง และความยากในการดำเนินงาน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับสถานะทางการเงินของบริษัท แต่เกี่ยวกับเรื่องสภาพการออกแบบที่ อาจจะมีออกแบบแล้วไม่ได้ตรงกับหน้างาน มีการแก้ไข ไม่ได้ดำเนินถึงความเป็นไปได้ในการทำงาน อันนี้เป็นอีกเงื่อนไขหนึ่ง

“แต่ทั้งสองแบบ อย่างที่บอกว่า เราคงใช้ความรู้สึกเราไปตัดสินไม่ได้ คงต้องให้กรมบัญชีกลางเขาเป็นคนตัดสิน ว่าระเบียบที่เขาเอามาใช้กับทุกหน่วยงานเป็นอย่างไร ถ้าเข้าแผนฟื้นฟู คือตามหลักถ้าเงินทุนติดลบ เขาจะมีเงื่อนไขว่าไม่ให้เข้ามาประมูล ยกเว้นเข้าไปในแผนฟื้นฟู ก็อาจจะเหมือนกับยกเว้นให้ได้ ซึ่งก็มีจดหมายเวียนมา” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า นี่เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ การประมูล ในช่วงที่ยังหาเสียงเลือกตั้งอยู่
“พอทราบเรื่องนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเลย ก็เอาให้โปร่งใสที่สุด ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนและหลายคนตั้งคำถาม ก็ต้องมีเหตุผลที่ตอบได้ว่า ทำไมจึงเป็นแบบนี้” นายชัชาติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวต่อว่า มีหลายโครงการที่ยังก่อสร้างอยู่ และไม่มีความคืบหน้าหลายโครงการ
นายชัชชาติ ตอบว่า มีบางโครงการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสภาพคล่อง ขณะที่บางโครงการได้รับการขยายระยะเวลาดำเนินการตามเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครได้กำชับให้เร่งรัดการก่อสร้างอย่างเคร่งครัด เพราะประชาชนเป็นผู้ได้รับผลกระทบ โดยยืนยันว่ายังมีหลายโครงการที่แล้วเสร็จตามกำหนด ส่วนโครงการขนาดใหญ่บางแห่งอาจเกิดความล่าช้าได้