ตร.กัดไม่ปล่อย ตามสืบกว่า 5 เดือน รวบ 4 ผู้ต้องหา ยึดยาไอซ์ล็อตมหึมา 300 กก.
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ย้อนไปเมื่อ 16 มี.ค.69 ที่ผ่านมา กก.สืบสวนนครบาล 1 บช.น. เฝ้าติดตามพฤติกรรมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ลักลอบขนลำเลียงยาเสพติด และนำยาเสพติดซุกซ่อนไว้ในเซฟเฮาส์ในพื้นที่ จว.ลพบุรี จึงเข้าตรวจสอบพบยาบ้าเกือบ 2 ล้านเม็ด จับกุมผู้ต้องหา 2 รายและได้ขยายผลในทันที จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มได้อีก 2 ราย ยึดยาบ้าเพิ่มกว่า 2.4 ล้านเม็ด รวมกว่า 4.29 ล้านเม็ด
จนกระทั่งวันที่ 3 ส.ค.69 ที่ผ่านมา ชุดยาเสพติดสืบนครบาล 1 กัดไม่ปล่อย!! พบข้อมูลเชื่อได้ว่ายังมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวซึ่งยังมีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติดเข้าพื้นที่ชั้นใน จึงเฝ้าสะกดรอยและติดตามตรวจสอบพฤติกรรมกว่า 5 เดือน ทุ่มสุดกำลัง จนในที่สุดทราบว่า จะมีการส่งยาเสพติดล็อตใหญ่ ผ่านระบบขนส่งเอกชน จากจังหวัด สกลนคร และกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวจะจัดส่งคนโดยมี รถนำ และ รถลำเลียง เข้ามารับยาเสพติด ในกรุงเทพมหานคร เพื่อหวังตบตาเจ้าหน้าที่
ต่อมาเวลาประมาณ 15.15 น. ของวันนี้ ชุดยาเสพติด กก.สืบสวนนครบาล 1 นำโดย พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1 จึงวางแผน จัดกำลังวางตามจุด ที่คาดว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะเข้ามารับพัสดุที่บรรจุยาเสพติด ตามหลักยุทธวิธี เพื่อให้สามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องให้ครบทุกรายพร้อมของกลาง โดยที่ปลอดภัยต่อประชาชนโดยรอบ
จึงเข้าชาร์จกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ราย 4 มีหน้าที่ ดังนี้
- นาย วรชัย (กล) อายุ 30 ปี ทำหน้าที่ คนขับรถยนต์กระบะ
- นาย ธนากร (วาย) อายุ 26 ปี โดยสารมากับรถกระบะ
- นาย วสันต์ (แชมป์) อายุ 27 ปี ที่หน้าที่ ขับรถยนต์เก๋ง (รถนำ)
- น.ส.วาสนา (แนน) อายุ 25 ปี โดยสารในรถเก๋ง (รถนำ)
ตรวจยึดของกลางได้หลายรายการ ดังนี้
1. ยาเสพติดประเภทที่ 1 เมตเอมเฟตามีน(ไอซ์) ประมาณ 8 ลัง น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม
2. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 1 ขค 8717 กทม.
3. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ ทะเบียน สส 9962 กทม.
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สืบสวนนครบาล 1 จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดขยายผลที่ กก.สส.บก.น.1 และจะนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ต่อไป
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รับผิดชอบด้านยาเสพติด กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นผลจากความพยายามของชุดสืบสวนที่ขยายผลจากข้อมูลเครือข่ายที่ถูกจับกุม จนสามารถจับกุมยาเสพติดได้จำนวนมาก ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้สามารถป้องกันยาเสพติดที่เข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนว่า หากพบพฤติกรรมน่าสงสัย หรือพัสดุที่น่าสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบโดยเร็วที่สุด




