ตำรวจ ปส. ทลายเครือข่ายยาเสพติด Dark Farm 888 ที่ร้อยเอ็ด ยึดทรัพย์กว่า 95 ล้าน
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. มอบหมายให้ พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส. นำกำลัง กก.2 บก.ปส.2 บช.ปส. บูรณาการร่วมกับ สภ.อาจสามารถ, ฝ่ายปกครอง, นายโชคชัย โชคภูเขียว นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ, นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ, เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานด้านกฎหมายยาเสพติด ป.ป.ส.ภาค 4, นายสมชาติ เสนาไชย ปศุสัตว์อำเภอ ร่วมกว่า 80 นาย เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด “Dark Farm 888” ในพื้นที่ อ.อาจสามารถ จว.ร้อยเอ็ด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 17 พ.ย.68 กก.3 บก.ปส.2 (นปส.อุดรธานี) จับกุม 2 ผู้ต้องหา พร้อมยาบ้า 62,000 เม็ด บริเวณปากซอยสุริยเดชบำรุง ซอย11 หน้าเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด ต.ในเมือง อ.เมือง จว.ร้อยเอ็ด

สืบสวนขยายผลจากนายธนวัฒน์(นามสมมติ) กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดที่เคยร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ประกอบกับเมื่อวันที่ 15 พ.ค.69 จับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมอีก 3 คน พร้อมยาบ้า 325 เม็ด โดยทำหน้าที่รับจ้างลำเลียงยาเสพติดให้กับผู้สั่งการที่อยู่ประเทศลาว ผ่าน Application Line
โดยรับยาจาก จว.มหาสารคาม ไปส่งที่ จว.ร้อยเอ็ด เมื่อเสร็จงานได้เข้าไปรับเงินค่าจ้างที่ฟาร์มชื่อดังแห่งหนึ่ง จว.ร้อยเอ็ด ส่วนผู้สั่งการที่อยู่ประเทศลาว เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของ บก.ปส.2 ซึ่งมีภรรยาทำหน้าที่ดูแลฟาร์ม
การปิดล้อมปฎิบัติการครั้งนี้ตรวจค้นยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด “Dark Farm 888” คาดว่าได้มาจากการค้ายาเสพติด อาทิ ฟาร์มสัตว์ เนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 22 ตารางวา มูลค่า 50 ล้านบาท, รีสอร์ต 1 แห่ง มูลค่า 20 ล้านบาท, บ้านพร้อมที่ดิน 2 แปลง มูลค่า 4 ล้านบาท, รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ รวม 3.6 ล้านบาท,
ไก่ชน 1,000 ตัว มูลค่า 10 ล้านบาท, ควายสวยงาม 9 ตัว มูลค่า 5 ล้านบาท, วัวพันธุ์ 2 ตัว มูลค่า 500,000 บาท, เงินสด 590,000 บาท และ ทองรูปพรรณ 5 บาท มูลค่า 350,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้กว่า 95 ล้านบาท

จากการขยายผลพบว่าผู้สั่งการในการลำเลียงยาเสพติดแล้ว จะติดต่อภรรยาซึ่งมีหน้าที่ดูแลฟาร์มแห่งนี้ ให้ทำธุรกรรมจ่ายค่าจ้างลำเลียงยาเสพติดแทน พร้อมกับทำธุรกิจไก่ชน, ฟาร์มควายสวยงาม และฟาร์มวัว เป็นธุรกิจบังหน้า ในการฟอกเงินยาเสพติด
ด้าน พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. กล่าวว่า จากนโยบายหลักของ บช.ปส. มุ่งการสืบสวนขยายผลไปถึงผู้สั่งการ นายทุน ผู้สนับสนุน และผู้ร่วมขบวนการทุกรายอย่างรัดกุม รวมทั้ง ตรวจสอบบัญชีธนาคาร ธุรกรรมทางการเงิน ทรัพย์สิน และผู้ถือครองทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิด โดยใช้มาตรการยึดและอายัดทรัพย์สินอย่างจริงจัง
ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดจะถูกดำเนินการตามมาตรการยึดหรืออายัดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะถือครองโดยผู้ต้องหา ผู้เกี่ยวข้อง หรือบุคคลอื่นที่ใช้ถือทรัพย์สินแทน และที่สำคัญคือการดำเนินในข้อหาความผิด ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ เพื่อตัดวงจรทางการเงิน ด้วยการทำลายศักยภาพเครือข่ายทั้งระบบอย่างยั่งยืน


