หน้าแรก ในประเทศ ศศิน งัด อ.วี...

ศศิน งัด อ.วีระ ซัด มองตื้น ด่าฉาบฉวย ชี้ เหตุ เตียงแข็ง ปิดไฟเร็ว ไม่มีเน็ต

6.08.26 | 11:35 น.

ศศิน งัด อ.วีระ ซัด มองตื้น ด่าฉาบฉวย ชี้ เหตุ เตียงแข็ง ปิดไฟเร็ว ไม่มีเน็ต


กรณี นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ได้อภิปรายสะท้อนมุมมองและประสบการณ์ส่วนตัว จากการเดินทางไปท่องเที่ยวพักแรมในอุทยานแห่งชาติสิมิลันเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน โดยมีการระบุถึงคุณภาพการบริการและที่พัก​ว่า​ “เลวทรามมาก” พร้อมทั้งยกตัวอย่างข้อจำกัดต่างๆ เช่น การปิดไฟในเวลา 20.00 น. สภาพเครื่องนอน ปริมาณน้ำใช้ สัญญาณอินเทอร์เน็ต ตลอดจนข้อเสนอแนะให้พิจารณานำรูปแบบการบริหารจัดการแบบเอกชนเข้าร่วมลงทุน (PPP) นั้น

วันที่ 6 สิงหาคม นายศศิน เฉลิมลาภ อดีตกรรมการอุทยานแห่งชาติ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เรื่องบ้านพักอุทยานในหมู่เกาะห่างไกล มองตื้นๆแล้วด่าฉาบฉวยแบบคนวงนอก เช่น อ.วีระ ธีรภัทร ก็ได้ มันก็คงเป็นแบนนั้น เตียงสปริงแข็ง ปิดไฟเร็ว ไม่มีเนต ซึ่งก็ถูกต้อง เพราะเขาใช้ไฟปั่น และมันก็ห่างไกลมาก (ห่างฝั่งราวๆ 50 กิโลเมตร ถ้าบนบกเหมือนไม่ไกล แต่ในทะเลนี่ไกลมาก )

แถมอาจารย์ยังสับสนระหว่าง หมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะสิมิลัน คนละอุทยานและไกลกันมาก บริบทในการจัดการในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาก็แตกต่างกัน

Advertisement

หมู่เกาะสุรินทร์ มีปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวล้นขีดความสามารถในการรองรับไม่มาก และยังไม่ปรากฏปัญหาผลกระทบของการพักค้างบนเกาะต่อระบบนิเวศมากนัก จึงคงสภาพบ้านพักเอาไว้

ส่วนสิมิลัน เป็นพื้นที่ที่มีผลกระทบจากการท่องเที่ยวแบบค้างคืนมาก ทั้งขยะ น้ำเสีย หนูที่เกิดขึ้นเพราะมีขยะ บ้านพักทรุดโทรมจนใกล้พัง มีที่ราบสร้างบ้านน้อย บ้านสร้างอยู่บนพื้นที่ภูเขาหินเป็นส่วนใหญ่เป็นวัสดุเบา ไม่คงทน ซ่อมแซมยาก และจะขนส่งวัสดุอะไรก็ใช้งบประมาณมหาศาล

กอปรกับมีข่าวเรื่องการเสื่อมโทรมของแนวปะการังน้ำตื้น ทั้งที่เกาะตาชัย (ในแผนการจัดการไม่ควรเปิดบริการเพราะเป็นเขตหวงห้ามเพื่อรักษาระบบนิเวศ แต่ก็มีการเปิดแบบงงๆเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว)

มีการโวยวายของนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลเรื่องความเสื่อมโทรม ทั้งที่นี่ ที่มาหยา (อุทยานพีพี) รวมถึงที่อื่นๆ เพราะช่วงนั้นนักท่องเที่ยวจีนทะลักทะล้นมาก

จนกระทั้งกรมอุทยานฯ เมื่อราวปี 2559 แต่งตั้งคณะกรรมการทางวิชาการที่ประกอบไปด้วยนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลหลายท่าน คนในวงการอนุรักษ์หลายท่านให้มาช่วยแก้ไขปัญหา

ซึ่งมีมาตรการกำหนดให้การเที่ยวเกาะสิมิลันเป็นการเที่ยวแบบไปกลับเท่านั้น และปิดอ่าวมาหยา ปิดเกาะตาชัยเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ และมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวตามการศึกษาขีดความสามารถในการรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวตามหลักวิชาการนันทนาการ ถ้ายังจำกันได้

มาตรการนั้นยังคงอยู่ทุกวันนี้เพราะตัวระบบนิเวศเองก็กำลังฟื้นตัวด้วยดี
ผมรู้ดี เพราะเคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการชุดนั้น

ก่อนหน้านั้น ย้อนไปยี่สิบปี มีปัญหามากกว่านั้นอีก มีความพยายามจะให้เอกชนเข้ามารับสัมปทานทำที่พัก ในเขตบริการ รวมถึงแก้ไขกฏหมายให้เอกชนมาสร้างที่พักในเขตอุทยานได้ อุทยานละสิบไร่ อะไรทำนองนี้ ซึ่งถูกนักอนุรักษ์คัดค้าน เพราะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนมากเกินไป เปิดช่องหาผลประโยชน์ของผู้บริหารอุทยานในยุคนั้นโจ๋งครึ่มเกินไป

มีการพูดคุยเรื่องนี้กันมาตลอดและจนถึงปัจจุบันก็เห็นว่าคงมีผลเสียมากกว่าผลดีที่อ้างกันว่าคนและงบประมาณราชการจะได้เอาไปดูแลทรัพยากร ซึ่งพิสูจน์ยาก

แต่ช่องทางให้เอกชนมาสัมปทานบริการที่พักในอุทยานที่สวยๆ (ที่ไม่สวยคงไม่มีใครสนใจ) ไม่กี่แห่ง นี่ยังเป็นผลประโยชน์ที่หลายฝ่ายจ้องกันอย่างไม่วางตา ว่าจะมีโอกาสเมื่อไหร่ ทั้งคนนอก และคนในที่จ้องจะให้ทำ

สิ่งที่ อ.วีระ ธีรภัทร กล่าวมาว่าเลวทรามจึงมีประเด็นที่สังคมอาจจะยังไม่ทราบ หรือลืมไปแล้ว

ผมเป็นคนเก่าแก่ที่ออกมาอยู่วงนอก ก็แค่เตือนความทรงจำ ว่ามันมีเรื่องแบบนี้

ส่วนที่พักเลวทรามตามที่ อ.วีระ ว่าหรือไม่ ?

สำหรับผม ที่ไปพักอุทยานมาหลายแห่ง ถ้าเป็นอุทยานที่มีรายได้ค่อนข้างดี อยู่ใกล้เส้นทางคมนาคม ส่วนใหญ่ที่ผมเจอ ก็เตียงนุ่ม ผ้าปู ปลอกหมอนสะอาด-สะอาดมาก มีผ้าเช็ดตัวสะอาดบริการ สบู่แชมพูพร้อมสรรพ ห้องน้ำก็สะอาดใช้ได้ หลายแห่งมีเครื่องทำน้ำอุ่น มีห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ ส่วนใหญ่มีตู้เย็นและน้ำดื่มบริการด้วยซ้ำ

เมื่อเทียบกับราคา และการมีข้อจำกัดในมุมราชการ ผมว่าค่อนข้างดีเกินคาดไปเสียอีกในมุมผม

ส่วนในพื้นที่ซึ่งห่างไกลรายได้ไม่มาก ห้องพักก็อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้นอนสบายเกือบทั้งสิ้น
นอกจากบ้านพักแล้ว ผมยังเจอห้องน้ำ ที่บริการนักท่องเที่ยวมีรางวัลความสะอาดในระดับจังหวัดการันตีหลายแห่งเชียวนะครับ และมีการมอบรางวัลมาตรฐานอุทยานสีเขียว จากกระทรวง หลายอุทยาน แสดงว่ามีการดูแลและมีมาตรการปรับปรุงกันตลอด