กทม.เร่งสำรวจ ต้นไม้มรดก ทั่วกรุง คุมเข้มตัดแต่งต้องขออนุญาต ปั้นรุกขกร-ปลูก 2 ล้านต้น เตรียมพร้อมสร้างสวนป่า 6 แห่ง
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ลานจามจุรี สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย นายพรพรหม ณ ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย น.ส.วรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม และผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม นำสื่อมวลชนเรียนรู้แนวทางการดูแล ต้นไม้มรดกกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่การขึ้นทะเบียน การประเมินสุขภาพต้นไม้ ไปจนถึงการอนุรักษ์ต้นไม้ที่มีคุณค่า ควบคู่กับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง
เวลา 07.30 น. นายพรพรหม บรรยายในหัวข้อ ‘ปลูกต้นไม้ใหม่ ควบคู่กับการอนุรักษ์ต้นไม้มรดก เพิ่มสวนป่าในเมือง’ พร้อมด้วยสำนักสิ่งแวดล้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้มรดก และฝ่ายรุกขกรรมอธิบายหลักเกณฑ์และแนวทางการดูแลต้นไม้มรดก ก่อนนำสื่อมวลชนชมการสาธิตการตัดแต่งต้นจามจุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นไม้มรดกของกรุงเทพมหานคร

โดยการพิจารณา ต้นไม้มรดก มีหลักเกณฑ์การประเมิน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. ด้านกายภาพและชีววิทยา ต้นไม้มีขนาด อายุ และลักษณะโดดเด่น
พิจารณาจาก ขนาดลำต้น ความสูง ทรงพุ่ม และอายุของต้นไม้ โดยต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ มีเรือนยอดแผ่กว้างและทำหน้าที่เป็น ร่มเงาสำคัญของพื้นที่ รวมถึงต้นไม้ที่มีอายุคาดการณ์ตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณา สำหรับ ขนาดลำต้น มีการพิจารณา เส้นรอบวงของลำต้น โดยวัดจากระดับความสูงจากพื้นดิน ไม่น้อยกว่า 1.30 เมตร และใช้ขนาดเส้น รอบวงของลำต้นไม่น้อยกว่า 1.50 – 2.50 เมตร

2. ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ต้นไม้ที่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเมือง
พิจารณาจากความเชื่อมโยงของต้นไม้กับ ประวัติศาสตร์เมือง เช่น เป็นต้นไม้ที่ปลูกในสมัยหรือเหตุการณ์สำคัญ หรืออยู่ใน สถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ รวมถึงต้นไม้ที่สะท้อน อัตลักษณ์ของเขตและชุมชน ต้นไม้บางต้นอาจเป็นจุดหมายสำคัญของย่าน เป็นแลนด์มาร์กทางภูมิศาสตร์ หรือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและเรื่องราวของชุมชน จึงมีคุณค่าในฐานะ “ความทรงจำของ พื้นที่” ที่ควรได้รับการอนุรักษ์

3. ด้านความหายากและพฤกษศาสตร์ ต้นไม้ที่มีลักษณะเฉพาะและมีคุณค่าต่อการเรียนรู้
พิจารณาต้นไม้ที่มีคุณลักษณะโดดเด่นด้านพฤกษศาสตร์ เช่น เป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นตั้งเดิมของกรุงเทพมหานคร หรือเป็นต้นไม้ที่ มีลักษณะการเจริญเติบโตผิดปกติแต่มีความสวยงามและทรงคุณค่า รวมถึงต้นไม้ที่มีลักษณะเฉพาะ เป็นตัวอย่างสำคัญทาง การศึกษา หรือมีคุณค่าในด้านการเรียนรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้และระบบนิเวศเมือง

4. ด้านคุณค่าทางนิเวศวิทยาเมืองและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ต้นไม้ที่สร้างคุณค่าให้เมืองและผู้คน
พิจารณาว่าต้นไม้มีบทบาทต่อระบบนิเวศเมืองหรือไม่ เช่น การสร้างร่มเงา การเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหรือแหล่งอาหารของ สิ่งมีชีวิต รวมถึงคุณค่าที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างต้นไม้กับพื้นที่ ผู้คน และประวัติศาสตร์ของเมือง

จากนั้นเวลา 08.30 น. นายพรพรหม พร้อมผู้เชี่ยวชาญ พาสื่อมวลชนชมต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นต้นไม้มรดก พร้อมให้สัมภาษณ์
ในตอนหนึ่ง เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางการกำกับดูแลและอนุรักษ์ต้นไม้มรดกในพื้นที่เอกชน หรือพื้นที่ซึ่ง กทม.ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้อย่างทั่วถึง พร้อมสอบถามถึงแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้านอื่น ๆ นอกเหนือจากต้นไม้ เช่น ลำธารและแหล่งน้ำ โดย กทม.มีแผนพัฒนาหรือขยายแนวทางการอนุรักษ์ไปสู่ทรัพยากรธรรมชาติด้านอื่นเพิ่มเติมหรือไม่

นายพรพรหมกล่าวว่า สำหรับต้นไม้ในพื้นที่เอกชน หลังจาก กทม.พัฒนาระบบให้มีความชัดเจนแล้ว จะเปิดให้ประชาชนสามารถนำต้นไม้ของตนเองเข้ามาลงทะเบียนในระบบได้ เนื่องจาก กทม.อาจไม่สามารถเข้าไปสำรวจต้นไม้ในบ้านเรือนของประชาชนได้ทุกแห่ง และเข้าใจว่าจะมีต้นไม้สวยงามอยู่ตามบ้านค่อนข้างเยอะ ซึ่งจะมีระบบ ที่สามารถส่งมาให้กับกรุงเทพมหานครได้
“พอเสร็จแล้ว เราจะมีเหมือนคล้าย ๆ ไกด์ไลน์ให้ วิธีสังเกตสุขภาพเบื้องต้นสำหรับคนทั่วไป ไม่ใช่ว่าต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือรุกขกรถึงจะรู้ คือดูด้วยสายตาว่าสุขภาพของต้นไม้ของคุณเป็นอย่างไร เรามีทำเบื้องต้นไว้แล้ว อันนี้จะส่งไปให้เจ้าของพื้นที่ดู” นายพรพรหม กล่าว

นายพรพรหมกล่าวต่อว่า กทม.จะจัดทำช่องทางให้เจ้าของบ้านสามารถติดต่อรุกขกร ทั้งจากภาคเอกชน และ กทม. เพื่อขอคำแนะนำหรือเข้ามาดูแลและตัดแต่งต้นไม้ โดยจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงเจ้าของต้นไม้กับผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ กทม.มีเครือข่ายภาคีที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลต้นไม้เข้ามาร่วมดำเนินการ เช่น กลุ่ม Big Trees ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และมีส่วนช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาต้นไม้มรดกของ กทม.
นายพรพรหม กล่าวต่อถึงประเด็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในส่วนอื่นๆ ด้วยว่า เห็นด้วยเรื่องของการอนุรักษ์ในเรื่องอื่น ๆ ไม่เฉพาะแค่ต้นไม้ แต่อาจจะยังไม่ได้มีความชัดเจนเหมือนต้นไม้มรดก แต่สิ่งที่พยายามจะทำอีกนโยบาย คือการทำเรื่องของ ‘สารวัตรสิ่งแวดล้อม’ เป็นการตั้งทีมเฉพาะที่จะเข้ามาตรวจเรื่องของธรรมชาติและเรื่องสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ รวมถึงงานหลักอีกอย่างของ สารวัตรสิ่งแวดล้อม คือการตระเวนตรวจคลอง เพื่อดูเรื่องของความสะอาด

ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นแผนโดยตรงเหมือนการอนุรักษ์คลองหรืออนุรักษ์ต้นไม้ ว่าจะมีนโยบายเฉพาะอะไร แต่ กทม.มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงคลองและดูแลสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว รวมถึงเรื่องสารวัตรสิ่งแวดล้อมที่เราจะเพิ่มเข้ามา
“ในอนาคตก็จะรับไว้พิจารณาดู ว่าเราจะทําเป็นเหมือนโครงการที่เพิ่มขึ้นมาได้อย่างไร” นายพรพรหม กล่าว
เมื่อถามถึง นิยาม คําว่า ‘ต้นไม้มรดก’ ส่วนตัวมองอย่างไร ?
นายพรพรหมกล่าวว่า ต้นไม้มรดกฟังอาจจะดูแกรนด์ (ยิ่งใหญ่ หรูหรา) มาก ซึ่งอาจจะมีต้นไม้ที่แกรนด์จริง ๆ อย่างต้นโพธิ์หรือต้นจามจุรี แต่สิ่งที่เราต้องการคืออยากจะให้ทุกเขตเซอร์เวย์ ดูต้นไม้ที่เป็นต้นใหญ่ ให้ความร่มเงากับเมือง มีการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ต่างๆ

“หลัก ๆ ต้องการให้พิจารณาจากขนาดของต้นไม้และร่มเงาที่ต้นไม้สร้างให้กับเมือง พร้อมนำต้นไม้เหล่านี้เข้าสู่ระบบเพื่อให้ได้รับการดูแลและพิจารณาเป็นพิเศษ โดยหากหน่วยงานใดมีความจำเป็นต้องตัดแต่งต้นไม้ จะไม่สามารถดำเนินการได้ทันที แต่ต้องยื่นขออนุญาตก่อนดำเนินการ”
“อันนี้คือสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด คือทุกต้นที่เป็นต้นที่มีความสําคัญกับเมือง จะต้องได้รับการอนุญาต ไม่ใช่การตัดตัดเร็ว ๆ ตัดเหี้ยนๆ ให้ประชาชนเห็น และรู้สึกว่า ทำไมทรัพย์สินที่มีคุณค่ามากของเมือง ถึงถูกตัดได้ง่ายดาย อันนี้คือนโยบายที่สำคัญมากๆ สำหรับเรา เพราะเราต้องการจะอนุรักษ์ต้นไม้เหล่านี้ ไม่ใช่แค่ในสวน แต่ต้นไม้ริมถนนเช่นกัน” นายพรพรหม กล่าว

นายพรพรหมกล่าวต่อว่า เราพัฒนาบุคลากรมาและมีผู้เชี่ยวชาญเพียงพอ โดยสำนักสิ่งแวดล้อมจะเป็นส่วนกลาง ที่สามารถให้คำแนะนำทุกเขต และเกือบทุกเขตมีรุกขกรประจำอยู่ ซึ่งหากมีหน่วยงานไหน จะไปดำเนินการตัดที่เขตไหน ก็ต้องทำเรื่องไปถึงรุกขกรเขตนั้น
“ให้เขามาเซอร์เวย์ คล้ายๆ กับการให้ไฟเขียวก่อนที่จะมาทำ คือความต้องการที่เราอยากจะทำโครงการนี้”
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ต้นไม้อย่างในสวนสาธารณะมีคนปกป้องในพื้นที่ แต่สำหรับบางต้นที่ให้เป็นต้นไม้มรดก แต่อยู่ในพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่ที่ไม่ใช่ การดูแลของ กทม. จะใช้เกณฑ์อะไรในการปกป้อง
นายพรพรหม กล่าวว่า พื้นที่สาธารณะริมถนนถือเป็นพื้นที่และทรัพย์สินสาธารณะ ซึ่งการดำเนินการเกี่ยวกับต้นไม้ต้องมีการขออนุญาต ซึ่งมี MOU ร่วมกับหลายหน่วยงานอยู่แล้ว แต่อันนี้เป็นเหมือนขั้นตอนการยกระดับและเพิ่มความเข้มงวดในการดูแล แม้จะมี MOU อยู่แล้วก็ตาม เนื่องจากบางครั้งหน่วยงานอาจดำเนินการอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลด้านความเสี่ยงหรือความปลอดภัยของทรัพย์สินต่าง ๆ

“อันนี้พยายามจะโชว์ว่าเราเอาจริงกับเรื่องนี้มาก ๆ ต้นไม้คือทรัพย์สินของเมือง ถ้าใครจะทำอะไร โดยเฉพาะต้นที่เป็นมรดกหรือเข้าในระบบที่มีการเซอร์เวย์ มีเรื่องคุณค่าอะไรต่าง ๆ ขึ้นทะเบียนกับของเราแล้ว เราอาจจะเข้มงวดเรื่องนี้” นายพรพรหม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าหลักเกณฑ์จะทำให้เสร็จภายในเมื่อไหร่
นายพรพรหม กล่าวว่า พยายามจัดทำหลักเกณฑ์ให้เสร็จโดยเร็ว ซึ่งเป้าหมายในช่วง 100 วันแรก ตนวางไว้ว่า ให้สำนักงานเขตเริ่มสำรวจต้นไม้และรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์ให้ได้มาตรฐาน แต่ไม่ใช่กทม.ทำเสร็จแล้วส่งให้เขตเซอร์เวย์เลย แต่ต้องให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาช่วยให้ความคิดเห็น เช่น กลุ่ม Big Trees ที่เข้ามาช่วยให้ข้อมูล
“เราเข้าใจว่า เมื่อวานสำนักสิ่งแวดล้อมได้มีการคุยกับมหาวิทยาลัยฮาวาย ระดับโลกที่จะมาช่วยให้คำแนะนำตรงนี้ เพื่อเอาเกณฑ์ให้ชัด เดี๋ยวฮาวายจะมาให้ความรู้ พวกเราเพิ่มเติม แต่สำคัญคือต้องตั้งหลักดี ๆ ได้เกณฑ์ที่ถูกต้องและสามารถนำไปปฎิบัติในเชิงว่าเข้าไป เขตสามารถเอาไปเซอร์เวย์ได้จริง” นายพรพรหม กล่าว

นายพรพรหม กล่าวต่อว่า ถ้าต้องใช้ดุลพินิจมาก ตนกังวลว่า อาจจะทำให้เขตพิจารณาต้นไม้มรดกแตกต่างกัน จึงจะต้องมีหลักวิทยาศาสตร์ หลักเกณฑ์ที่มันชัด เวลาคนหน้างานเขาไปเซอร์เวย์ เขางานเยอะ เขาต้องไปเซอร์เวย์แต่ละต้นแต่ละต้น ควรจะชัดเจนให้ได้มากที่สุด
“สมมติ 50 วัน เสร็จ ยังมีเวลาอีก แล้วอีก 50 วันให้เขตเซอร์เวย์ก็จะครบ 100 วัน เราก็จะมีข้อมูลเข้ามาในคลังข้อมูลของเรา” นายพรพรหม กล่าว
นายพรพรหม กล่าวว่า สุดท้ายอย่างที่บอกเรามีพูดถึง 3 เรื่อง โดยเรื่องแรกคือการอนุรักษ์ต้นไม้เดิม พร้อมยกระดับศักยภาพรุกขกรที่มีอยู่ ด้วยการทยอยฝึกอบรมและเตรียมบุคลากรเข้าสู่การสอบเพื่อรับใบเซอร์ และการพัฒนาระบบข้อมูลต้นไม้และรุกขกร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

ส่วนเรื่องที่ 2 คือการปลูกต้นไม้ใหม่เพิ่มเติม โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มต้นไม้ให้ได้ 2 ล้านต้น
“อยากจะดึงให้ประชาชนทุกคนเข้ามาร่วมปลูกด้วยกัน ภาคเอกชนร่วมปลูกด้วยกัน วันนี้ก็จะมีแจกกล้าไม้ให้กับพี่น้องสื่อมวลชนเอากลับไปปลูกที่บ้าน อันนี้เป็นอะไรที่ท่านผู้ว่าฯพยายาม เชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมปลูกด้วยกัน มันคือการลงทุนในอนาคต เราปลูกวันนี้ก็กลายเป็นต้นไม้ใหญ่โต สร้างร่มเงาให้กับเมือง ในอนาคต” นายพรพรหม กล่าว
นายพรพรหมกล่าวทิ้งท้ายว่า สุดท้ายคือเรื่องของสวน ที่ทำสวน 15 นาที ไปแล้ว 530 แห่ง ซึ่งเพิ่มเรื่องของการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวให้กับประชาชน โดยรอบนี้จะเน้นเรื่องสวนใหญ่ สวนป่า การสร้างระบบนิเวศ
“สวนไม่จำเป็นต้องสำหรับคนอย่างเดียวสำหรับธรรมชาติสำหรับสัตว์ต่าง ๆ จึงจะเน้นเป็นเรื่องของสวนป่าใหญ่ ๆ เดี๋ยวจะตั้งเป้าว่าจะทำ 6 แห่ง ภายใน 4 ปีนี้” นายพรพรหม กล่าว



