หน้าแรก ในประเทศ ป.ป.ช.สุราษฎร...

ป.ป.ช.สุราษฎร์ธานี สุ่มตรวจอาหารกลางวัน 6 โรงเรียน เจอพิรุธเพียบ พบเมนูอาหาร‘ดีแค่วันมีคนมาตรวจ’

18.08.26 | 10:02 น.

ป.ป.ช.สุราษฎร์ธานี สุ่มตรวจอาหารกลางวัน 6 โรงเรียน เจอพิรุธเพียบ พบเมนูอาหาร‘ดีแค่วันมีคนมาตรวจ’

 


เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม สำนักงาน ป.ป.ช. รายงานว่า บุกจับโป๊ะ “อาหารกลางวัน” 6 โรงเรียน แบบไม่แจ้งล่วงหน้า เจอพิรุธเพียบ ทั้งเบิกเงินตอนปิดเทอม เงินเหลือไม่คืนคลัง และปริมาณอาหารที่ “ดีแค่วันมีคนมาตรวจ”

ป.ป.ช.สุราษฎร์ธานี เปิดปฏิบัติการบุกสุ่มตรวจโรงเรียน 6 แห่งแบบไม่แจ้งล่วงหน้า พบสารพัดพิรุธ ทั้งการเบิกเงินค่าข้าวช่วงปิดเทอมไปซื้อครุภัณฑ์ เงินเหลือไม่ส่งคืนคลัง และเมนูอาหารที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวระหว่างวันที่มีคนตรวจกับวันปกติ ป.ป.ช.ประกาศกร้าวพร้อมคุ้มครองพยาน

จากการสุ่มตรวจโรงเรียนโดย “ไม่แจ้งล่วงหน้า” ป.ป.ช. ตรวจพบความหละหลวมและการกระทำที่เข้าข่ายผิดระเบียบการเบิกจ่ายเงินของทางราชการ 5 ประเด็นหลัก ได้แก่

Advertisement
  1. การจัดการเอกสารล้มเหลว เอกสารเบิกจ่ายไม่ครบถ้วน หายอย่างไร้ร่องรอย และบุคลากรไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปของเงินได้
  2. เบิกเงินผิดวัตถุประสงค์ ตรวจพบการเบิกค่าอาหารกลางวันต่อเนื่องไปอีก 1 เดือน ทั้งที่โรงเรียนปิดภาคเรียนไปแล้ว โดยอ้างว่านำเงินไปจัดซื้อครุภัณฑ์อย่าง “ตู้เย็น” ซึ่งผิดระเบียบการใช้เงินอุดหนุน
  3. ซุกซ่อนเงินเหลือจ่าย เงินทอนหรือเงินเหลือจากโครงการ ไม่ถูกนำส่งคืนคลังตามระเบียบ แต่ถูกสะสมไว้หลายปีจนยอดเงินบัญชีไม่ตรงกับเอกสาร
  4. คุณภาพอาหาร ป.ป.ช. พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ โรงเรียนที่ได้รับแจ้งล่วงหน้าจะจัดเตรียมอาหารอย่างดี แต่โรงเรียนที่ถูกบุกตรวจกะทันหัน ปริมาณและคุณภาพอาหารกลับต่ำกว่าเกณฑ์โภชนาการ
  5. โรงอาหารไม่มีจุดบริการน้ำดื่มที่เพียงพอ บีบให้นักเรียนโดยเฉพาะเด็กเล็กต้องทนหิว หรือต้องควักเงินซื้อน้ำจากร้านค้าสวัสดิการ ซึ่งเป็นการผลักภาระให้ผู้ปกครอง

ประเด็นที่ ป.ป.ช.ให้ความสำคัญสูงสุดในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือข้อร้องเรียนเรื่อง “อำนาจมืดในโรงเรียน” ที่ผู้มีอำนาจสั่งการให้ครูชั้นผู้น้อยหรือเจ้าหน้าที่ธุรการ เป็นผู้จัดทำเอกสารเบิกจ่ายที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เมื่อเรื่องแดง ครูเหล่านี้มักถูกทิ้งให้เผชิญความผิดทางกฎหมายเพียงลำพัง

ป.ป.ช.สุราษฎร์ธานี ได้ให้ความมั่นใจถึงครูทั่วประเทศว่า “ครูตัวเล็กๆ ไม่ควรต้องรับผิดแทนผู้สั่งการ” พร้อมเปิดช่องทางรับข้อมูลข่าวสารอย่างปลอดภัย โดยรับรองมาตรการคุ้มครองพยาน 100% เพื่อให้นำหลักฐานการสั่งการ (เช่น คลิปเสียง แชตไลน์ หรือคำสั่งเอกสาร) มามอบให้ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีกับ “ตัวการที่แท้จริง”

การทำงานเชิงรุกนี้ สอดคล้องกับมาตรการป้องกันการทุจริตโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้เสนอตามมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ ป.ป.ช. ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบแล้วเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569

โดย ป.ป.ช.ได้ยื่นข้อเสนอแนะให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเพิ่มความโปร่งใสผ่านการใช้ระบบ Thai School Lunch อย่างเคร่งครัด เปิดโอกาสให้ชุมชนร่วมตรวจสอบ และเพิ่มความถี่ในการสุ่มตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อให้งบประมาณแผ่นดินเปลี่ยนเป็นมื้ออาหารที่เสริมสร้างพัฒนาการของเยาวชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ถูกแปรสภาพเป็นผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

“อาหารของเด็กไม่ควรดีเฉพาะวันที่มีคนมาตรวจ และครูตัวเล็กๆ ไม่ควรต้องรับผิดแทนผู้สั่งการ”

พบเห็นการทุจริตอาหารกลางวัน แจ้ง ป.ป.ช. โทร 1205