หน้าแรก ในประเทศ น.ศ.แพทย์ ปริ...

น.ศ.แพทย์ ปริญญาเอก ถูกมิจฉาชีพลวง-ขู่ฆ่า ส่งคนรับเงินสดถึงที่พัก 3 วัน สูญ 11 ล้าน!

28.08.26 | 16:34 น.

นักศึกษาแพทย์ ปริญญาเอก หอบหลักฐานเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือกับเพจสายไหมต้องรอด หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อ้างตัวเป็นพนักงานค่ายมือถือ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลอกให้โอนเงินและส่งคนมารับเงินสดถึงที่พัก สูญเงินไปเกือบ 11 ล้านบาทภายในเวลาเพียง 3 วัน


เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด นายแบงค์ (นามสมมติ) นักศึกษาแพทย์ระดับปริญญาเอก หอบหลักฐานเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. มีสายโทรศัพท์อ้างเป็นพนักงานค่ายมือถือ แจ้งว่ามีผู้นำชื่อของนายแบงค์ไปเปิดเบอร์ที่ จ.เลย เพื่อใช้หลอกลวงผู้อื่น หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้รีบติดต่อ สภ.เมืองเลย เพื่อปิดเบอร์ จากนั้นได้มีการโอนสายให้ชายที่อ้างเป็นตำรวจ มีการแอดไลน์และวิดีโอคอลโชว์ตัวเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

มิจฉาชีพอาศัยจังหวะที่ ผู้เสียหายกำลังเครียดกับการทำแผนวิจัย ข่มขู่ให้หวาดกลัวว่าหากไม่ทำตาม สิ่งที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมาจะสูญเปล่าและพ่อแม่จะถูกจับกุมไปด้วย พร้อมออกอุบายให้ไปโกหกครอบครัวว่าต้องการขอเงินไปเรียนต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อนำมาจ่ายก่อน

ด้วยความหวาดกลัวและหลงเชื่อ นายแบงค์ได้โอนเงินในวันที่ 23 สิงหาคม จำนวน 11 ครั้ง ไปยัง 6 บัญชี เป็นยอดเงิน 4.5 ล้านบาท แต่มิจฉาชีพอ้างว่ายอดเงินยังไม่เพียงพอ สั่งให้เตรียมเงินสดแล้วจะส่งคนไปรับถึงที่พัก โดยมีการส่งคนมารับเงินสดถึง 3 วันติด ได้แก่ วันที่ 23 สิงหาคม จำนวน 1.6 ล้านบาท, วันที่ 24 สิงหาคม จำนวน 2 ล้านบาท และวันที่ 25 สิงหาคม อีก 2.9 ล้านบาท รวมเป็นเงินสด 6.5 ล้านบาท มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้น 10,995,000 บาท กระทั่งช่วงดึกของวันที่ 25 สิงหาคม แก๊งมิจฉาชีพได้โทรศัพท์มาข่มขู่ซ้ำว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบัญชีจะมาฆ่าปิดปากและสั่งให้หลบหนี เมื่อนายแบงค์หนีออกมาและโทรศัพท์เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ครอบครัวฟัง จึงรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อและรีบเข้าแจ้งความที่ สน.พญาไท

Advertisement

ในวันเดียวกัน ทว่าเมื่อติดต่อไปยังสายด่วน AOC 1441 กลับได้รับคำแนะนำว่าให้ผู้เสียหายโทรระงับบัญชีกับธนาคารด้วยตนเองจะรวดเร็วกว่า ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้ฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ว่า หากมีเจ้าหน้าที่รัฐติดต่อมา ขอให้เผชิญหน้ากับตัวจริงหรือรอรับหมายศาลเท่านั้น ไม่ต้องหวาดกลัว

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้เสนอแนะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวบุคคลที่มารับเงินสดถึงที่พักโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นและน่าจะยังแกะรอยเส้นทางการเงินได้ พร้อมฝากเตือนไปยังกลุ่มผู้เปิด “บัญชีม้า” ว่าจะต้องถูกดำเนินคดีและรับผิดชอบชดใช้ความเสียหายตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยหลังจากนี้ทางเพจจะเร่งประสานงานไปยัง พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) และ พ.ต.อ.ธนพล กลิ่นเกษร ผู้กำกับการ สน.พญาไท เพื่อเร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาให้ผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด