ผู้ประกอบการร้านขายกางเกงมือสอง เผย ร้านค้าพังเสียหายหลักแสนบาท ยอมรับ กังวลไม่ได้รับการเยียวยา เพราะเป็นร้านค้าแผงลอย พร้อมชื่นชมผู้ว่าชัชชาติ ลงพื้นที่เร็วสร้างความอุ่นใจให้ผู้ประกอบการ
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ศูนย์ประสานงานและรับแจ้งเหตุที่ วัดพระพิเรนทร์ นางสาวบัวพัน ผู้ประกอบการร้านขายกางเกงมือสองตรงข้าม ล็อก 14A ภายในตลาดคลองถมพลาซ่า ให้สัมภาษณ์ถึงความเสียหาย ว่า ร้านของพี่สาวตนเองเป็นร้านกางเกงมือสอง ซึ่งจากการได้เข้าไปดูแวบหนึ่ง พบว่า สินค้าทั้งเปียกและไหม้ไปครึ่งหนึ่ง มูลค่าความเสียหายหลักแสนบาท โชคดีที่ตนเองยังไม่ทันได้ลงของใหม่เลยเสียหายไม่เยอะมากถ้าเทียบกับร้านของเพื่อนๆ ที่เพิ่งลงของ และพื้นที่ด้านในเละหมดเลย ซึ่งร้านของตนเป็นจุดที่อาคารถล่มลงมา และอยู่โซนเดียวกับจุดต้นเพลิง
ทั้งนี้ยอมรับว่า ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้มาก่อน เพราะตอนแรกช่วงสองทุ่ม ได้ยินข่าวว่าอยู่อีกฝั่ง นึกว่าจะมาไม่ถึงฝั่งของร้านเรา แต่ไม่ถึง 10 นาที มาถึงร้าน และไม่ถึงครึ่งชั่วโมงตึกถล่มเลยทำให้เสียหายเต็มๆ และรถดับเพลิงก็เข้าไม่ถึง ไฟมาแรงมาก และตรงจุดนั้นมีแต่วัสดุไวไฟด้วย พอเกิดเพลิงไหม้ลมก็มาแรงด้วย ทุกอย่างเร็วมาก ทั้งนี้ยังโชคดีที่เกิดตอนกลางคืน ถ้าตอนกลางวันเสียหายเยอะกว่านี้แน่นอน
ซึ่งที่ผ่านมา ตนก็ไม่เคยรู้เรื่องการตรวจสอบความปลอดภัย เพราะเราก็ขายของไปเรื่อยๆ ต่างคนต่างระวังในส่วนของตัวเอง คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุหนักขนาดนี้
นางสาวบัวผันบอกว่า ร้านของตนเองไม่ได้ทำประกันไว้ เพราะเราเป็นแผงลอย มีแค่หลักฐานที่เป็นสลิปโอนเงินในการเสียค่าเช่าเท่านั้น แต่ก็ทำอาชีพนี้มานานแล้ว
พร้อมยอมรับว่า กังวลว่าจะไม่ได้รับการเยียวยา ซึ่งหากได้เยียวยาในหลักหมื่นบาทไม่เท่ากับมูลค่าที่เสียหาย ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไร แต่การที่ผู้ว่าฯชัชชาติลงมาติดตามสถานการณ์ และเข้ามาช่วยเหลือได้เร็ว ก็ทำให้ผู้ประกอบการรู้สึกอุ่นใจขึ้น และขอชื่นชมท่านผู้ว่าฯจริงๆ
ส่วนหลังจากนี้จะขายต่อที่คลองถมหรือไม่ คงต้องรอดูทางหน่วยงานราชการก่อน
ด้าน พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 กล่าวว่า จากการสอบถาม รปภ.ของอาคารที่เกิดเหตุ ให้การเบื้องต้นว่า เห็นกลุ่มควันและแสงเพลิงเกิดขึ้นที่ร้านขายอุปกรณ์การไฟฟ้าบริเวณโซนกลางด้านใน ซึ่งแต่ละร้านจะมีกล้องวงจรปิดที่อาจเก็บข้อมูลภาพไว้ในไอคลาวด์ ซึ่งต้องเอามาให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์เพื่อเทียบกับคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการณ์ว่าจุดเกิดเหตุตรงกันหรือไม่ อย่างไรก็ตามต้องรอให้ความร้อนสงบลงเสียก่อน และมั่นใจว่าโครงสร้างจะไม่พังถล่มลงมาเพิ่ม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานก็พร้อมที่จะเข้าไปพิสูจน์หาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ได้อยู่ตลอดเวลา



