สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก สทนช.กำชับอ่างเก็บน้ำ ปรับเกณฑ์จัดการน้ำสอดคล้องปริมาณฝน
สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 7.00 น.
1. สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค : ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน (83) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.กาฬสินธุ์ (89) ภาคกลาง จ.ลพบุรี (69) ภาคตะวันออก จ.นครนายก (137) ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี (80) และภาคใต้ จ.พังงา (99)
2. วันนี้ : ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก
คาดการณ์: ช่วงวันที่ 31 สิงหาคม – 2 กันยายน 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทางตะวันออกของภาค รวมทั้งด้านรับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
3. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศฉบับที่ 1/2569 เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 ดังนี้
1.) พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่ พะเยา เพชรบูรณ์ ตาก และพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร และร้อยเอ็ด ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี และภาคตะวันออก จ.จันทบุรี และตราด
2.) เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ น้ำยวม บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน แม่น้ำกก บริเวณ จ.เชียงราย แม่น้ำน่าน บริเวณ จ.น่าน แม่น้ำเมย บริเวณ จ.ตาก แม่น้ำยม บริเวณ จ.แพร่ สุโขทัย และพิจิตร แม่น้ำแควน้อยและลำน้ำเฟี้ย บริเวณ จ.พิษณุโลก และ ลำน้ำยัง บริเวณ จ.ร้อยเอ็ด
4. สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ภูมิพล: มีปริมาณน้ำ 7,603 ล้าน ลบ.ม. (56%)
สิริกิติ์: มีปริมาณน้ำ 6,872 ล้าน ลบ.ม. (72%)
แควน้อยบำรุงแดน: มีปริมาณน้ำ 381 ล้าน ลบ.ม. (41%)
ป่าสักชลสิทธิ์: มีปริมาณน้ำ 346 ล้าน ลบ.ม. (40%)
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานวิเคราะห์สภาพอากาศและคาดการณ์สถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 10/2569 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ 18 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฝนตกหนักต่อเนื่องช่วงวันที่ 29 สิงหาคม -2 กันยายน 2569 ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดย สทนช. ได้แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า พร้อมติดตามแนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
โดยที่ประชุมได้กำชับการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมาก โดยเฉพาะอ่างขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวน 22 แห่งที่มีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกัก โดยปรับเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณฝนที่จะเข้ามาเติมตลอดฤดูฝน ควบคู่ไปกับการเตรียมการรองรับมวลน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ตลอดจนกำชับให้หน่วยงานและท้องถิ่นที่รับผิดชอบเร่งตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของตัวอ่าง พร้อมทั้งเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและตรวจสอบโครงการก่อสร้างต่างๆ ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ เพื่อให้การไหลของน้ำลงสู่ลำน้ำสายหลักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ในส่วนของการบูรณาการช่วยเหลือและแจ้งเตือนภัย ปภ. และจังหวัดต่างๆ ได้ชี้แจงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีพร้อมนำเสนอแนวทางปฏิบัติการในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน สทนช. ได้เสนอให้เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงที่ยังขาดระบบโทรมาตรหรืออุปกรณ์ตรวจวัดปริมาณน้ำฝน เพื่อเติมเต็มช่องว่างข้อมูลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมติดตามสถานการณ์น้ำร่วมกันเป็นประจำทุกวันๆ ละ 2 ช่วงเวลา (07.30 น. และ 16.30 น.) เพื่อประเมินสถานการณ์แบบเรียลไทม์
นอกจากนี้ ยังได้แนะนำการติดตามข้อมูลเรดาร์และกลุ่มฝนผ่านเว็บไซต์ clpp-radar.onwr.go.th เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้รับข้อมูลที่แม่นยำ สื่อสารตรงเป้า และเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที

