หน้าแรก ในประเทศ เขื่อนเจ้าพระ...

เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที อ่างหนองปลาไหลน้ำแตะ 106% จับตาฝนหนัก 9-12 ต.ค.

7.10.26 | 07:55 น.

เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที อ่างหนองปลาไหลน้ำแตะ 106% จับตาฝนหนัก 9-12 ต.ค.

รายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนเริ่มมีฝนลดลง แต่ยังมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย


สำหรับปริมาณฝนสูงสุดรายภาค พบว่า ภาคเหนืออยู่ที่ จ.น่าน 110 มิลลิเมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย 123 มิลลิเมตร ภาคกลาง จ.สระบุรี 88 มิลลิเมตร ภาคตะวันออก จ.ระยอง 73 มิลลิเมตร ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี 84 มิลลิเมตร และภาคใต้ จ.ระนอง 120 มิลลิเมตร

ส่วนการคาดการณ์ช่วงวันที่ 9–12 ตุลาคม ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในระยะแรก ก่อนฝนจะลดลง ขณะที่ภาคใต้ยังมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักถึงหนักมาก

เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที

สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เวลา 06.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 22.50 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ต่ำกว่าตลิ่ง 3.20 เมตร

Advertisement

เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำผ่านเขื่อนในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.38 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง และท้ายเขื่อนอยู่ที่ 15.93 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง

ขณะที่สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ มีระดับน้ำ 35.34 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ต่ำกว่าตลิ่ง 2.91 เมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนสถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ มีระดับน้ำ 25.83 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ต่ำกว่าตลิ่ง 2.38 เมตร แนวโน้มลดลง

เฝ้าระวังน้ำท่วม–น้ำป่า–ดินโคลนถล่ม

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติออกประกาศฉบับที่ 9/2569 เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ช่วงวันที่ 5–7 ตุลาคม โดยพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ได้แก่
– ภาคเหนือ: เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี
– ภาคกลาง: ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
– ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
– ภาคตะวันตก: กาญจนบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
– ภาคใต้: ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

นอกจากนี้ ให้เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% ของความจุเก็บกัก รวมถึงระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำปิง จ.กำแพงเพชร แม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี แม่น้ำแควน้อย จ.พิษณุโลก แม่น้ำป่าสัก จ.เพชรบูรณ์และสระบุรี แม่น้ำท่าจีน จ.นครปฐม แม่น้ำนครนายก จ.นครนายก และแม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี

รวมถึงคลองพระสะทึงและคลองพระปรง จ.สระแก้ว แม่น้ำจันทบุรี จ.จันทบุรี แม่น้ำตราด จ.ตราด แม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ จ.กาญจนบุรี คลองบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และแม่น้ำสายบุรีกับแม่น้ำโก-ลก จ.นราธิวาส
อ่างหนองปลาไหลมีน้ำ 106%

สถานการณ์น้ำใน 3 เขื่อนหลักพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC พบว่า บางพระมีน้ำ 97 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 83% หนองปลาไหลมีน้ำ 173 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 106% และประแสร์มีน้ำ 286 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 97%