รวบจอมบงการจ้างวานฆ่า เพื่อนร่วมแก๊งค้ายาไอซ์ข้ามชาติ จนมุมพร้อมบุหรี่ต่างประเทศย่านรามคำแหง มูลค่ากว่า 8 ล้าน
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไทย รรท.ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ บุญทอง และ พ.ต.ต.ปฏิภาณ สุขฐิน สว.กก.6 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายมาหามะแพนดี อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส ที่ 516/2569 ในข้อหาเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียภาษี โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 310/68 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศจำนวน 9,180 ซอง มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท
โดยคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือน พ.ค.2569 พนักงานสอบสวน สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุพบศพนายอับดุลเลาะ ถูกยิงด้วยอาวุธสงครามเสียชีวิตภายในสวนผลไม้ บ้านบูลกาสนอ หมู่ 4 ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส
จากการสืบสวนพบว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 6 ราย เจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมผู้ต้องหาไปได้แล้ว 5 ราย ส่วน นายมาหามะแพนดี ผู้ต้องหารายนี้ยังคงหลบหนี
จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้พบว่า ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจ้างวานฆ่านายอับดุลเลาะ สาเหตุมาจากความขัดแย้งเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนระบุว่า ผู้ตายนั้นเคยถูกจับเป็นตัวประกันเพื่อใช้ในการลำเลียงยาเสพติดของเครือข่ายผู้ต้องหา แต่การส่งมอบยาเสพติดไม่สำเร็จ เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม พร้อมตรวจยึดยาไอซ์น้ำหนักรวม 500 กิโลกรัม ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนจะเกิดเหตุยิงเสียชีวิตดังกล่าว
ต่อมา พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา ขณะที่ชุดจับกุมเร่งสืบสวนติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง แต่พบว่าผู้ต้องหาพยายามหลบหนีด้วยการเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์มือถือและยานพาหนะที่ใช้ ทำให้การติดตามตัวเป็นไปด้วยความยากลำบาก
กระทั่งเจ้าหน้าที่ใช้เทคนิคการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปกบดานอยู่ใน จ.สตูล ก่อนไหวตัวหลบหนีอีกครั้ง จนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด
สอบสวน ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้จ้างวานฆ่านายอับดุลเลาะ แต่รับสารภาพว่าได้นำบุหรี่เถื่อนจากพื้นที่ จ.นราธิวาส มาจำหน่ายในกรุงเทพมหานครจริง จึงนำตัวส่ง สภ.ยี่งอ ดำเนินคดีต่อไป
วันที่ 9 ต.ค. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไทย รรท.ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ บุญทอง และ พ.ต.ต.ปฏิภาณ สุขฐิน สว.กก.6 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายมาหามะแพนดี อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส ที่ 516/2569 ในข้อหาเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียภาษี โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 310/68 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศจำนวน 9,180 ซอง มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท
โดยคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือน พ.ค. 2569 พนักงานสอบสวน สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุพบศพนายอับดุลเลาะ ถูกยิงด้วยอาวุธสงครามเสียชีวิตภายในสวนผลไม้ บ้านบูลกาสนอ หมู่ 4 ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส
จากการสืบสวนพบว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 6 ราย เจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมผู้ต้องหาไปได้แล้ว 5 ราย ส่วน นายมาหามะแพนดี ผู้ต้องหารายนี้ยังคงหลบหนี
จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้พบว่า ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจ้างวานฆ่านายอับดุลเลาะ สาเหตุมาจากความขัดแย้งเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนระบุว่า ผู้ตายนั้นเคยถูกจับเป็นตัวประกันเพื่อใช้ในการลำเลียงยาเสพติดของเครือข่ายผู้ต้องหา แต่การส่งมอบยาเสพติดไม่สำเร็จ เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม พร้อมตรวจยึดยาไอซ์น้ำหนักรวม 500 กิโลกรัม ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนจะเกิดเหตุยิงเสียชีวิตดังกล่าว
ต่อมา พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา ขณะที่ชุดจับกุมเร่งสืบสวนติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง แต่พบว่าผู้ต้องหาพยายามหลบหนีด้วยการเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์มือถือและยานพาหนะที่ใช้ ทำให้การติดตามตัวเป็นไปด้วยความยากลำบาก
กระทั่งเจ้าหน้าที่ใช้เทคนิคการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปกบดานอยู่ใน จ.สตูล ก่อนไหวตัวหลบหนีอีกครั้ง จนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด
สอบสวน ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้จ้างวานฆ่านายอับดุลเลาะ แต่รับสารภาพว่าได้นำบุหรี่เถื่อนจากพื้นที่ จ.นราธิวาส มาจำหน่ายในกรุงเทพมหานครจริง จึงนำตัวส่งสภ.ยี่งอ ดำเนินคดีต่อไป


