ศาลอาญาเลื่อนฟังคำสั่ง คดี 39 กปปส.ร่วมกันกบฏ ชัตดาวน์กรุงเทพฯ เหตุอยู่ระหว่างยื่นฎีกานิรโทษกรรม

12.10.26 | 10:29 น.

ศาลอาญาเลื่อนฟังคำสั่งคดี 39 กปปส.ปิดกรุงเทพฯ เหตุอยู่ระหว่างอัยการ-จำเลยยื่นฎีกานิรโทษกรรมคดี ตาม พ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุข ด้าน ‘แก้วสรร-สมศักดิ์’ ไม่ทราบเรื่อง เดินทางเข้าฟัง

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 708 ศาลนัดฟังคำสั่ง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีดำ อ.247/2561 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่ม กปปส.กับพวกรวม 39 คน ฐานร่วมกันเป็นกบฏ จากเหตุการณ์ชุมนุมขับไล่รัฐบาลและชัตดาวน์กรุงเทพฯ ช่วงปี 2556-2557 ฟังคำสั่งตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569


โดยวันนี้ศาลอาญาเลื่อนฟังคำสั่ง เนื่องจากจำเลยและฝ่ายอัยการอยู่ระหว่างการยื่นฎีกา

ด้านนายแก้วสรร อติโพธิ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อดีตแกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. มาฟังคำสั่ง ก่อนเดินทางกลับ

ต่อมา นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของกลุ่มแกนนำ กปปส. เปิดเผยว่า ภายหลังจาก พ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุขมีผลบังคับใช้เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีชุมนุมทางการเมืองย้อนหลังตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา การกระทำที่เข้าข่าย ซึ่งตนเห็นว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้กลุ่มลูกความของตนเข้าข่ายให้ศาลจำหน่ายคดีที่อยู่ในศาลทั้งหมด ซึ่งมี 2 ช่องทาง คดีที่จบไปแล้วก็ต้องยื่นต่อคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้น ส่วนคดีนี้ตนได้ยื่นคำร้องในทุกคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองไม่เพียงเฉพาะคดีนี้ เพื่อขอให้ศาลจำหน่ายคดี และคดีจำเลยมีหลายคนพนักงานอัยการจึงได้ยื่นฎีกา จำเลยที่ 1 และตน ได้ยื่นฎีกาควบคู่กันไป เบื้องต้นศาลมีคำสั่งรับเป็นฎีกาแล้ว แต่ศาลอาญากลับออกหมายนัดมาฟังคำสั่งคดีในวันนี้ แต่ก่อนจะตรวจสอบเมื่อวันที่ 6 ต.ค. และพบว่าคดีนี้อยู่ระหว่างการฎีกา ประกอบกับจำเลยหลายคนมีเหตุผลในการยื่นฎีกาบ้าง อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน จึงเห็นควรว่ายกเลิกการฟังคำสั่งคดีของศาลอาญาในวันนี้

Advertisement

นายสวัสดิ์กล่าวอีกว่า เมื่อยกเลิกแล้วศาลอาญาต้องส่งสำนวนคดีไปที่ศาลฎีกา เนื่องจากอำนาจอยู่ในศาลฎีกาแล้ว ทั้งนี้ สำหรับการยื่นฎีกาของจำเลยไม่ใช่เฉพาะนายสุเทพเพียงคนเดียว แต่ยังมีจำเลยอื่นอีกจำนวนมากที่ยื่นไปแล้ว เหลือเพียง 6-7 คนที่อยู่ระหว่างการดำเนินการยื่น โดยหลักการยื่นฎีกาเฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่หากเป็นเหตุแห่งคดี แม้ว่าจำเลยบางคนไม่ได้ยื่นฎีกา แต่ศาลเห็นว่าเป็นเหตุแห่งลักษณะคดี ก็สามารถพิพากษาไปถึงจำเลยที่ไม่ได้ยื่นฎีกาได้

นายสวัสดิ์กล่าวด้วยว่า ส่วนการนัดฟังคำสั่งศาลอาญาต้องรอศาลฎีกามีคำสั่งลงมา โดยไม่มีกรอบเวลา ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ซึ่งศาลฎีกาจะแจ้งคำสั่งไปยังทนายจำเลยทุกคน ซึ่งตนดูแลทั้งหมด 39 คน ส่วนนายแก้วสรรและนายสมศักดิ์ที่มาในวันนี้ อาจเกิดจากการประสานงานระหว่างลูกความ 39 คนที่ขาดตกบกพร่องไปบ้าง เนื่องจากบางคนเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ ไม่สามารถติดต่อทางแอพพลิเคชั่นไลน์ได้