มท.2 ลุยต่อเนื่อง! นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกปลวกแดง จับกุมโรงแรมไร้ใบอนุญาต 3 แห่งรวด สั่งขยายผลปมธุรกิจนอมินี
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ภายใต้นโยบายจัดระเบียบสังคมของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายสำคัญในการเดินหน้าปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้ชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทย นำโดย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบการประกอบธุรกิจโรงแรมและกิจการอื่น ๆ ในพื้นที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เพื่อป้องกันและปราบปรามการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย การใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี)
ในการนี้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มอบหมายให้นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กองปฏิบัติการพิเศษ พร้อมด้วยกำลังพล อส. “ชุดไชยานุภาพ” ประกอบด้วย กองร้อยบังคับการและบริการที่ 1 กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 1 กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดนร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอปลวกแดง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการโรงแรม พบการกระทำความผิดกรณีประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำนวน 3 แห่ง ดังนี้
1. โรงแรม ATOUR Rayong Bowin Hotel (อะทัวร์ ระยอง บ่อวิน)
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงแรมซึ่งมีห้องพักทั้งหมด 79 ห้อง พบว่ามีการเปิดให้บริการห้องพักในรูปแบบรายวัน แต่ผู้ประกอบการไม่สามารถนำใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ จึงดำเนินการจับกุมในข้อหาประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะขยายผลตรวจสอบข้อมูลการถือครองอสังหาริมทรัพย์และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการโรงแรม เพื่อพิจารณาว่ามีความเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจโดยใช้บุคคลอื่นเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) หรือไม่
2. โรงแรม C-House & Residence Hotel Amata City
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานประกอบการซึ่งมีห้องพักทั้งหมด 63 ห้อง พบว่ามีการเปิดให้บริการห้องพักรายวันจำนวน 20 ห้อง แต่ผู้ประกอบการไม่สามารถแสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมต่อเจ้าหน้าที่ได้ จึงเข้าข่ายความผิดฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยชุดปฏิบัติการฯ ได้ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอปลวกแดงร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปลวกแดง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
3. โรงแรม Interpark Hotel & Residence Eastern Seaboard Rayong (อินเตอร์พาร์ค โฮเต็ล แอนด์ เรสซิเดนซ์ อีสเทิร์นซีบอร์ด ระยอง)
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์สูง 8 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณทางเข้านิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด มีห้องพักทั้งหมด 76 ห้อง พบว่ามีการเปิดให้บริการห้องพักในรูปแบบรายวัน แต่ผู้ประกอบการไม่สามารถนำใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ จึงเข้าข่ายความผิดฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอปลวกแดงร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปลวกแดง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ได้กำชับให้อำเภอปลวกแดงติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีของสถานประกอบการทั้ง 3 แห่งอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานผลให้กรมการปกครองทราบ และดำเนินการตรวจสอบขยายผลในประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการถือครองอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างการบริหารธุรกิจ และเส้นทางการเงิน เพื่อป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการประกอบธุรกิจโดยมิชอบ
กระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครองในการจัดระเบียบสังคม บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และสร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม พร้อมดำเนินการตามนโยบาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
ขณะที่ นายพลพีร์ ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กปฏิบัติการดังกล่าวด้วยว่า “ไปกันต่อ !! ชุดเฉพาะกิจฯ กรมการปกครอง ก.มหาดไทย ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก.พาณิชย์ เข้าตรวจตรวจสอบและจับกุม ผู้ประกอบการโรงแรมที่ดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต ใน อำเภอปลวกแดง จ.ระยอง
จากชุดที่เข้าตรวจ 3 โรงแรม พบ ทั้ง 3 แห่ง ไม่มีใบอนุญาต ชุดปฏิบัติการฯ จึงทำการจับกุมและแจ้งข้อหาทันที ทั้งนี้ มีบางแห่งที่สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นนอมินีของต่างชาติ จึงร่วมกับทาง DBD นำข้อมูลบริษัทบัญชีและกฎหมายของแต่ละกิจการใช้ ไปตรวจสอบและขยายผลทั้งหมด รวมถึง ตรวจสอบ การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ และเส้นทางการเงิน ในการบริหารจัดการโรงแรมต่าฃๆ ต่อไปครับ”













