หน้าแรก ในประเทศ กลใหม่มิจฉาชี...

กลใหม่มิจฉาชีพ! อ้างเอี่ยวฟอกเงิน สั่งเหยื่อน.ศ. ‘ทาเลือดปลอม-ขังตัวเอง’ เรียกค่าไถ่พ่อแม่ 3 แสน

17.10.26 | 21:02 น.

ตำรวจนครบาล ช่วยเหลือเหยื่อ ‘นักศึกษา’ ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้ขังตัวเอง เพื่อเรียกค่าไถ่จากผู้ปกครอง

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองของนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านปทุมวัน ว่านักศึกษารายดังกล่าวหายไปจากที่พัก และพยายามทำร้ายตัวเองขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามช่วยเหลือ


ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร รอง ผบ.ช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลำวิไล ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.6 ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบนครบาล IDMB, กก.สส.บก.น.6, สน.ปทุมวัน ร่วมกันทำการสืบสวนติดตาม

จนกระทั่ง เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบตัว นักศึกษาผู้เสียหายรายดังกล่าว มาเปิดห้องพักอยู่เอง ที่หอพักในซอยศาสนา ย่านพญาไท จึงได้ทำการช่วยเหลือ และขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือพบว่าผู้เสียหายยังคงอยู่ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับกลุ่มมิจฉาชีพ กระทั่งคนร้ายทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าถึงตัวผู้เสียหายแล้ว จึงรีบตัดสายและยุติการติดต่อทันที

จากการสอบถาม ทราบว่า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 นักศึกษาผู้เสียหายรายดังกล่าว ถูกกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์ติดต่อโดยแอบอ้างเป็น “เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ” แจ้งว่ามีบุคคลนำข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียหายไปใช้เปิดหมายเลขโทรศัพท์และนำไปกระทำความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงและฟอกเงิน โดยคนร้ายสามารถแจ้งเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้เสียหายได้อย่างถูกต้อง ทำให้ผู้เสียหายเกิดการหลงเชื่อ

Advertisement

ต่อมากลุ่มคนร้ายได้โอนสายให้บุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยอ้างว่าเป็นผู้รับผิดชอบคดี และ ให้ผู้เสียหายติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ในห้องสนทนาชื่อ “ห้องสอบสวน” ก่อนใช้อุบายขู่และกดดันให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินให้กลุ่มคนร้ายรวม 36,000 บาท จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้สั่งให้ผู้เสียหายเดินทางออกจากที่พักประจำไปเช่าห้องพักรายวันแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมสั่งให้ปิดหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้งานตามปกติและเปิดใช้หมายเลขใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดสามารถติดต่อได้ นอกจากนี้

คนร้ายยังหลอกขอรหัสยืนยันการเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน LINE จนสามารถเข้าควบคุมบัญชีของผู้เสียหาย และนำไปใช้ติดต่อหลอกลวงครอบครัวอีกทางหนึ่ง

ภายหลังกลุ่มคนร้ายทราบว่าผู้เสียหายไม่มีเงินเหลือ จึงเปลี่ยนแผนโดยสั่งให้ผู้เสียหายติดต่อบิดามารดา อ้างว่าได้รับทุนการศึกษาเพื่อเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ และจำเป็นต้องใช้เงินประมาณ 200,000–300,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทุนการศึกษาดังกล่าว ต่อมาคนร้ายยังสั่งให้ผู้เสียหายสร้างสถานการณ์เสมือนถูกทำร้ายและกักขัง โดยใช้น้ำหวานสีแดงผสมกาแฟทาบริเวณร่างกายและผนังห้องให้มีลักษณะคล้ายคราบเลือด เพื่อสร้างความหวาดกลัวและกดดันให้ครอบครัวหลงเชื่อโอนเงินเพิ่มเติม

ผู้ปกครองของผู้เสียหายเกิดความสงสัยเกี่ยวกับการได้รับทุนการศึกษา จึงประสานอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนทราบว่าไม่มีการได้รับทุนการศึกษาตามที่กล่าวอ้าง จึงเชื่อว่าบุตรของตนกำลังตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพ และเร่งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการช่วยเหลือในที่สุด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอประชาสัมพันธ์ ให้ทราบถึงรูปแบบการหลอกลวงของกลุ่มแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมุ่งไปยังนักศึกษามหาวิทยาลัย โดยหลอกลวงว่าเข้าไปพัวพันกับคดี และนำไปสู่การหลอกลวงให้โอนเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินอื่นๆ ต่อไป หากได้รับโทรศัพท์และมีการขู่ในลักษณะดังกล่าวให้ทำการตัดสายทิ้งทันที เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ