หน้าแรก ในประเทศ แม่ภัทร ลุ้นต...

แม่ภัทร ลุ้นตร.เปิดตู้เซฟ หวังทรัพย์สิน 9 ล้านอยู่ครบ ชี้ถ้าไม่เหลือเลย แจ้งความลูกชายอีกคดี

22.10.26 | 18:02 น.

‘แม่ภัทร’ ยิ้มออกแล้ว ตร.พาเปิดตู้เซฟ คาดหวังทรัพย์สินกว่า 9 ล้านบาท ยังอยู่ครบ ยันจำทรัพย์สินได้ทั้งหมด ลั่นเตรียมแจ้งความเอาผิดลูกชาย หากเปิดมาแล้วไม่เจอทรัพย์สิน

กรณีนางนภัทร หรือแม่ภัทร อายุ 63 ปี เปิดเผยเรื่องราวผ่านรายการโหนกระแส อ้างว่าถูกนายเบนซ์ ลูกชายและลูกสะใภ้ว่าจ้างให้อาสามูลนิธิอุ้มตัวไปกักขังที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และยังอ้างว่าถูกทุบตี ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ก่อนที่ลูกสาวและน้องสาวจะช่วยเหลือออกมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม ที่ สน.วังทองหลาง แม่ภัทร เจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอาง ซอยลาดพร้าว 62 กทม. และเป็นเจ้าของตู้เซฟ เดินทางมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ร่วมทำการเปิดตู้เซฟเพื่อดูทรัพย์สินว่ายังอยู่ครบหรือไม่ โดยมี พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง


แม่ภัทรเปิดเผยว่า รอคอยวันนี้มาเนิ่นนาน ตนจดจำทรัพย์สินทุกอย่างที่อยู่ภายในตู้เซฟได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 9 ล้านบาท และคาดหวังว่าทรัพย์สินทุกอย่างจะยังอยู่ครบ อย่างน้อยๆ เพียงครึ่งหนึ่งก็ยังดี รวมถึงจำปริมาณน้ำหนักของตู้เซฟในกรณีที่มีทรัยพ์สินอยู่ครบ อยู่ที่ประมาณเกือบ 300 กิโลกรัม ซึ่งตรงกับรายงานข่าวของพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ที่บอกกับทีมข่าวว่าตู้เซฟมีน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม แม่ภัทรยังบอกอีกว่า ทำใจไว้แล้วบางส่วนกรณีเปิดตู้เซฟแล้วไม่พบทรัพย์สินใดๆ พร้อมทั้งยังพูดติดตลกว่า “มีใครเตรียมยาดมไว้ให้แม่บ้าง”

Advertisement

ส่วนลูกชาย แม่ภัทรบอกว่า ยังไม่สามารถติดต่อได้ ถึงแม้ว่าตัวเองจะพยายามโทรศัพท์อยู่ตลอด แต่ลูกชายก็ไม่เคยรับสายเลยสักครั้ง วันนี้ถ้าเปิดตู้เซฟแล้วไม่เจอทรัพย์สินก็จะตัดสินใจแจ้งความอีกหนึ่งคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาแม่ภัทรเข้าไปยังห้องเก็บตู้เซฟเพื่อเปิดดูทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนเข้าไปด้านใน ซึ่งเป็นจังหวะที่แม่ภัทรไลฟ์พูดคุยกับแฟนคลับทางโทรศัพท์มือถือตนเองอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงขอให้แม่ภัทรงดไลฟ์ด้านในด้วย

ด้าน พ.ต.อ.เจษฎาเปิดเผยว่า ได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) มาตรวจลายนิ้วมือบริเวณตู้เซฟ ในส่วนของวัสดุที่ห่อหุ้ม และภายนอกตู้เซฟ ก่อนที่แม่ภัทร ผู้เสียหาย จะเดินทางมา เพื่อเปิดดูทรัพย์สินภายในตู้เซฟต่อหน้าพนักงานสอบสวนเพื่อเป็นพยานหลักฐานในคดี