หน้าแรก ในประเทศ ชัชชาติ ยัน ก...

ชัชชาติ ยัน กทม.-รัฐบาล ไร้ข้อขัดแย้งทางการเมือง เร่งเยียวยากว่าล้านเคส เผย ยังค้างในระบบ 2 แสนกรณี

26.10.26 | 16:21 น.

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 8/2569

นายชัชชาติ กล่าวว่า การช่วยเหลือจากรัฐบาลแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 5,000 และ 9,000 บาท ซึ่งลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ และเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ประชาชนยื่นผ่าน claim.bangkok.go.th โดยทั้งสองส่วนเป็นการช่วยเหลือแยกกัน ปัจจุบันมีประชาชนในกรุงเทพฯ ลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือตามมติ ครม. แล้วกว่า 1 ล้านครัวเรือน


“ใครบอกว่ารัฐบาลถังแตก ซึ่งไม่จริง รัฐบาลก็ยืนยันว่ามีเงินตลอด ท่านนายก (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ได้อนุมัติให้ใช้งบกลางและยืนยันว่ามีเงินพอที่จะเยียวยาต่างๆ” นายชัชชาติ กล่าว

ส่วนการสมทบงบประมาณของ กทม. ตามมติ ครม. ซึ่งกำหนดให้ร่วมสมทบตามกำลังนั้น กทม. ได้สมทบงบประมาณไปแล้ว 2 ครั้ง รวม 210 ล้านบาท แบ่งเป็น 10 ล้านบาทในระยะแรก และเพิ่มเติมอีก 200 ล้านบาท ทั้งนี้ กทม. มีข้อจำกัดด้านรายได้เช่นเดียวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยจัดเก็บภาษีบางประเภทได้ในระดับจำกัด และมีรายได้จากภาษีบางรายการน้อยกว่าท้องถิ่นอื่น เช่น ภาษียาสูบ ภาษีโรงแรม และภาษีน้ำมัน

ปัจจุบัน กทม. มีงบกลางสำหรับกรณีฉุกเฉิน 400 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 372 ล้านบาท แบ่งเป็นงบจัดทำถุงยังชีพ 162 ล้านบาท และงบสมทบรัฐบาล 210 ล้านบาท จึงเหลืองบประมาณส่วนนี้ 28 ล้านบาท ขณะที่เงินสะสมจ่ายขาดมีเงินที่สามารถนำมาใช้ได้จริงประมาณ 1,400 ล้านบาท กทม. จึงเตรียมเสนอขออนุมัติจากสภากรุงเทพมหานครในวันพุธ ที่ 28 ตุลาคม เพื่อนำงบประมาณเพิ่มเติมประมาณ 1,100 ล้านบาทมาใช้ช่วยเหลือประชาชน ทำให้มีงบประมาณสำหรับการเยียวยารวมประมาณ 1,500 ล้านบาท

Advertisement

นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม. เข้าใจว่ารัฐบาลมีภาระในการช่วยเหลือประชาชนจำนวนมาก จึงพยายามสนับสนุนอย่างเต็มกำลังตามขีดความสามารถของตนเอง โดย กทม. บริหารงบประมาณแบบสมดุลและไม่มีการกู้เงิน จึงต้องบริหารจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่อย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่

สำหรับความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือตามมติ ครม. ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 1 ล้านรายการ ขณะนี้ยังมีรายการค้างอยู่ในระบบประมาณ 200,000 รายการ กทม. ทยอยดำเนินการให้แก่ผู้ที่มีเอกสารหลักฐานครบถ้วนแล้ว ส่วนกรณีที่เหลือจำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งเอกสารประกอบและข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยเฉพาะการขอรับเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ ปภ. เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้อง และมั่นใจได้ว่าเงินภาษีของประชาชนจะถึงมือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง

“ตอนนี้มีคนมาลงทะเบียนกับเราแล้ว 1 ล้านกว่าราย ซึ่งเยอะมากต้องดูให้ชัดเจนว่าเงินที่จ่ายไปเป็นไปตามหลักเกณฑ์จริงๆ ถ้าเคสง่ายๆเราคงปล่อยไปแล้ว เคสหลังๆอาจจะมีความซับซ้อนมากขึ้น ถ้าเกิดไม่ตรงเกณฑ์เราก็ให้ไม่ได้ เพราะเราต้องทำตามระเบียบ ท่านนายกก็กำชับเรื่องว่าต้องทำให้ตามระเบียบให้ถูกต้อง เพราะเป็นภาษีของพี่น้องประชาชนทุกคนที่เอามาจ่าย เพราะฉะนั้นต้องดูให้ถูกต้องให้มั่นใจว่าจะไปถึงมือผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ถ้าไม่มั่นใจก็ต้องส่งคนไปดูว่าจริงหรือเปล่า เพราะดูตัวเลขอาจสูงกว่าที่เราคาดการไว้เบื้องต้นเหมือนกัน” นายชัชชาติ กล่าว

ส่วนกรณีที่ ปภ. ยังไม่ได้โอนเงินช่วยเหลือให้ประชาชนในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา คาดว่าจะมีการโอนเงินในวันนี้ตามลำดับคิว กทม. และรัฐบาลประสานงานและทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ไม่มีข้อขัดแย้งทางการเมือง โดยทุกฝ่ายมุ่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นสำคัญ

“ผมก็ไม่ได้มีอะไรขัดแย้งกันนะ เพราะว่าเราเองก็ไม่ใช่การเมือง เราก็ถือว่าทำหน้าที่ร่วมมือ ที่ผ่านมารัฐบาลกับเราก็ทำงานด้วยกันดีตลอด ทุกเรื่อง ต้องขอบคุณตั้งแต่ช่วยเรื่องน้ำท่วม กู้ภัยต่างๆ เรื่องเงินเยียวยาเราก็คุยกัน เราก็พยายามชี้ให้เห็นว่า กทม.ก็ไม่ได้ตังค์เยอะหรอก เพราะเราเองก็ไม่ต่างจากท้องถิ่นอื่นเลย คล้ายกันเงินที่เก็บได้ก็เหมือนกัน

แต่ของเราเผอิญมีคนอยู่เยอะกว่า พอคนเยอะกว่าปุ๊บคนที่ต้องเยียวยาก็ต้องเยอะกว่าที่อื่นด้วย อยากจะให้รู้สึกว่าไม่ได้มีตังค์เยอะ เราก็บริหารโดยงบสมดุล เราไม่เคยมีหนี้ ไม่กู้เงิน ซึ่งเราก็เคลียร์หนี้ไปเยอะแล้วที่ผ่านมาตัวที่เคยเป็นคำสั่งศาล” นายชัชชาติ กล่าว