สืบท่าข้าม ตามรวบขบวนการหลอกซื้อรถหรูแอบติด GPS ตามย้อนมาลัก
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.สส.น.9 พ.ต.อ.วิชยานนท์ เอกตาแสง ผกก.สน.ท่าข้าม รับรายงานจาก พ.ต.ท.ธนกร จันรอด รอง ผกก.สส.สน.ท่าข้าม พ.ต.ท.บัญชา ปิยะศักดิ์สกุล สว.สส.สน.ท่าข้าม
ได้จับกุม นายณัฐสิทธิ์ อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 1447/2569 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ในความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” ได้ที่หน้าห้องพัก ชั้น 7 คอนโดในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
พฤติการณ์หลังวันก่อเหตุ นายปรีชา อายุ 44 ปี ผู้เสียหายได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม แจ้งว่า รถยนต์ยี่ห้อ Mercedes-Benz รุ่น E250 CGI Saloon สีดำ หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดไว้บริเวณบ้านพัก ได้ถูกคนร้ายลักไป เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 02.38 น. เกิดเหตุคนร้ายลักรถยนต์บริเวณบ้านพักในเขตบางขุนเทียน โดยไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ก่อเหตุ
ภายหลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี จนพบว่ารถยนต์ที่ถูกลักไปถูกนำไปยังพื้นที่เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมีพฤติการณ์ถอดเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์เพื่ออำพรางการกระทำความผิด ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม สามารถติดตามตรวจพบและตรวจยึดรถยนต์ที่ถูกลักไปได้ บริเวณลานจอดรถสถานีตำรวจนครบาลเตาปูน ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
ทรัพย์สินที่ตรวจยึด ได้แก่ รถยนต์ยี่ห้อ Mercedes-Benz รุ่น E250 CGI Saloon สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขตัวถัง WDD2120472A361468 จำนวน 1 คัน นอกจากนี้ จากการตรวจสอบภายในห้องพัก เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ ชิ้นส่วนหมายเลขตัวถัง และเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์จำนวนมาก จึงได้ดำเนินการตรวจยึดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบ รวม 43 รายการตามบัญชีตรวจยึด ซึ่งรวมถึงแผ่นป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร จำนวน 2 ป้าย อันเป็นหมายเลขทะเบียนของรถยนต์ Mercedes-Benz ที่ถูกลักไปในคดีนี้
พล.ต.ต.สามารถ ผบก.น.9 เผยว่า พฤติการณ์คนร้ายมีการวางแผนลักรถยนต์ล่วงหน้า โดยตรวจพบประกาศขายรถยนต์ของผู้เสียหายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แล้วติดต่อแสดงตนเป็นผู้สนใจซื้อรถยนต์ ก่อนนัดหมายขอดูรถเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ระหว่างการดูรถ คนร้ายใช้อุบายขอตรวจสอบกุญแจรถยนต์ทั้ง 2 ดอก แล้วอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายไม่ทันระวัง นำกุญแจที่มีลักษณะคล้ายกันมาสับเปลี่ยน พร้อมลักลอบติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง GPS ไว้กับรถยนต์ จากนั้นทำทีตกลงซื้อรถและอ้างว่าจะไปกดเงินมาชำระค่ารถ แต่กลับไม่มาตามนัด
ต่อมาวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 02.38 น. มีคนร้ายย้อนกลับมาใช้กุญแจที่สับเปลี่ยนไว้ลักรถยนต์ออกจากบ้านพักผู้เสียหาย ก่อนนำไปส่งต่อให้บุคคลอื่น
จากการสืบสวนพบว่า การก่อเหตุครั้งนี้มีพฤติการณ์ทำงานเป็นทีม โดยมีผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 คน ซึ่งเป็นคนละบุคคลกัน และอาจมีการแบ่งหน้าที่กันกระทำความผิดอย่างเป็นขั้นตอน ได้แก่
1.ผู้ติดต่อดูรถ ทำหน้าที่เลือกเป้าหมาย ใช้อุบายหลอกซื้อรถ สับเปลี่ยนกุญแจ และติดตั้ง GPS
2.ผู้ลงมือลักรถ ทำหน้าที่นำรถยนต์ออกจากบ้านพักผู้เสียหาย แล้วเคลื่อนย้ายไปยังจุดส่งต่อ
3.ผู้รับช่วงรถยนต์ คือ นายณัฐสิทธิ์ ซึ่งมีพฤติการณ์รับช่วงรถยนต์และเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนด้วยตนเอง เพื่ออำพรางหมายเลขทะเบียนเดิม
และจากการสอบถาม ผู้ต้องหารับว่ายาเสพติดและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวเป็นของตนเอง โดยมียาเสพติดไว้เพื่อเสพ และรับว่าได้เสพยาเสพติดมาก่อนถูกจับกุมพาตรวจค้นยังพบของกลาง ได้แก่
1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) จำนวน 3 ถุง น้ำหนักสุทธิรวม 1.92 กรัม
2.เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 16 นัด
3.เครื่องกระสุนปืนขนาด .45 จำนวน 3 นัด
4.กระเป๋าสะพายข้างสีดำ จำนวน 1 ใบ
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิตามกฎหมาย และแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา รวม 4 ข้อหา ได้แก่ 1.ลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 1447/2569 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2569
2.มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) โดยไม่ได้รับอนุญาต
4.มีเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาและของกลางมายัง สน.ท่าข้าม พร้อมนำของกลางส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

