กรมน้ำ ติดตามพัฒนาห้วยสามพาด อุดร เพิ่มน้ำต้นทุน หนุนเกษตรกร 200 ไร่ แก้ภัยแล้งยั่งยืน
วันที่ 3 พฤศจิกายน นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำห้วยสามพาด บ้านป่าขาม หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านตาด อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมี นายโภคิน ช้ำเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 (อุดรธานี) เป็นผู้รายงานข้อมูลโครงการ ความเป็นมา สภาพปัญหา ตลอดจนแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำ พร้อมด้วยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและติดตามการดำเนินงาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง

สำหรับโครงการดังกล่าว กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 ได้ดำเนินการปรับปรุงแหล่งน้ำห้วยสามพาด ซึ่งเดิมประสบปัญหาการตื้นเขิน ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำลดลง ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาเกิดพายุฝนรุนแรงในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ทำให้อาคารระบายน้ำได้รับความเสียหาย ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาแหล่งน้ำดังกล่าวในการประกอบอาชีพ จึงมีความจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งน้ำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การดำเนินโครงการประกอบด้วย การก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมติดตั้งจุดปล่อยน้ำจำนวน 20 จุด เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงปรับปรุงอาคารระบายน้ำให้มีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม และเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งน้ำได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่มีความต้องการใช้น้ำสูง โครงการดังกล่าวช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้แก่พื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 200 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 175 ครัวเรือน ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ลดความเสี่ยงจากความเสียหายของผลผลิตในช่วงฤดูแล้ง ตลอดจนส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมทรัพยากรน้ำในการขับเคลื่อนการพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ควบคู่กับการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน การพัฒนาระบบกระจายน้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง สร้างความมั่นคงด้านน้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

