หน้าแรก ในประเทศ กรมการปกครอง ...

กรมการปกครอง ร้องเอาผิด มูลนิธิบุ๋ม ปนัดดา เรี่ยไรเงินช่วยน้ำท่วม ไม่ได้รับอนุญาต

5.11.26 | 11:30 น.

กรมการปกครอง ร้องเอาผิด มูลนิธิบุ๋ม ปนัดดา เรี่ยไรเงินช่วยน้ำท่วม ไม่ได้รับอนุญาต
วันที่ 5 พฤศจิกายน กรมการปกครองร้องทุกข์กล่าวโทษ “มูลนิธิองค์กรทำดี” กรณีเปิดรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ. ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีอาญากับมูลนิธิองค์กรทำดี และผู้เกี่ยวข้อง กรณีตรวจพบการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยไม่ปรากฏหลักฐานการได้รับอนุญาตให้จัดให้มีการเรี่ยไรตามกฎหมาย อันเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2487


สืบเนื่องจากกรมการปกครองได้ตรวจสอบพบว่า บัญชีเฟซบุ๊กในนาม “มูลนิธิองค์กรทำดี” มีการเผยแพร่ข้อความและรูปภาพเชิญชวนประชาชนร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยระบุช่องทางการรับบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี

ต่อมาสำนักการสอบสวนและนิติการ (ส่วนทะเบียนมูลนิธิและสมาคม) กรมการปกครอง ได้ตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบบริหารจัดการภาครัฐเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและบริการประชาชน (งานเรี่ยไร) ปรากฏว่า ไม่พบรายการคำขออนุญาตหรือใบอนุญาตจัดให้มีการเรี่ยไรของมูลนิธิองค์กรทำดี รวมถึงคณะกรรมการมูลนิธิฯ แต่อย่างใด

กรมการปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินกิจกรรมเชิญชวนประชาชนบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน แม้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหรือดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ แต่การจัดให้มีการเรี่ยไรต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรก่อนดำเนินการ ทั้งนี้ พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 6 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2487 ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน

Advertisement

จึงได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ซึ่งเป็นท้องที่ที่พบการกระทำอันเข้าข่ายความผิด เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญากับมูลนิธิองค์กรทำดีและบุคคลที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการทางกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด พร้อมทั้งขอให้สืบสวนสอบสวนขยายผล หากพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอื่น ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป