‘สปสช.’ แจงยิบงบบัตรทอง 1.79 แสนล้าน ไขปม 6 หมื่นล้าน ยันไม่ได้หาย ชี้อยู่นอก สธ.

3.08.26 | 17:36 น.

‘สปสช.’ แจงปมเงิน 6 หมื่นล้าน ยันไม่ได้หาย ชี้เป็นงบนอก สธ. พร้อมรับนโยบายทบทวนการใช้งบใหม่

จากกรณีที่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติราว 60,000 ล้านบาท ที่ไม่ได้อยู่ในระบบของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านการเงินตรวจสอบรายละเอียดและประสิทธิภาพการใช้งบประมาณนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ตัวเลข 60,000 ล้านบาท ไม่ใช่งบประมาณที่สูญหาย แต่เป็นงบประมาณที่จัดสรรไปยังหน่วยบริการและหน่วยงานนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งหลังจากนี้ สปสช.จะดำเนินการร่วมกับคณะอนุกรรมการด้านการเงิน เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมและประสิทธิภาพของการใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นพ.จเด็จ กล่าวว่า งบประมาณปี 2568 ได้จัดสรรไปแล้วทั้งสิ้นประมาณ 179,000 ล้านบาท โดยจัดสรรให้กระทรวงสาธารณสุขประมาณ 100,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือกระจายไปยังหน่วยบริการในสังกัดโรงเรียนแพทย์ประมาณ 12,800 ล้านบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4,300 ล้านบาท หน่วยงานอื่น อาทิ กระทรวงกลาโหม และกรุงเทพมหานคร ประมาณ 7,500 ล้านบาท ภาคเอกชน ทั้งโรงพยาบาลและคลินิก ประมาณ 26,000 ล้านบาท รวมถึงกองทุนสุขภาพระดับพื้นที่อีกประมาณ 6,400 ล้านบาท

“สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีต้องการดู คือเงินที่อยู่นอกกระทรวงสาธารณสุขเหล่านี้ ใช้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ มีการตรวจสอบเพียงพอหรือไม่ ซึ่ง สปสช.จะทำงานร่วมกับคณะอนุกรรมการการเงิน เพื่อดูว่าหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณมีความเหมาะสมหรือไม่ ผู้รับสิทธิเบิกจ่ายถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือไม่” นพ.จเด็จ กล่าว

นพ.จเด็จ กล่าวว่า การตรวจสอบดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า สปสช.ไม่เคยตรวจสอบมาก่อน เพราะที่ผ่านมา สปสช.มีระบบตรวจสอบ (Audit) อยู่แล้ว แต่ครั้งนี้จะขยายผลตามนโยบายของรัฐมนตรี โดยจะพิจารณาเพิ่มเติมว่า หน่วยบริการที่ได้รับงบประมาณในแต่ละส่วนได้รับจัดสรรอย่างเหมาะสมหรือไม่ และสอดคล้องกับภารกิจหรือไม่ นอกจากนี้ ข้อมูลการจัดสรรงบประมาณทั้งหมดเปิดเผยต่อสาธารณะอยู่แล้วผ่านเว็บไซต์ สปสช. ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่าหน่วยบริการกว่า 41,900 แห่งทั่วประเทศ ได้รับงบประมาณในหมวดใดและจำนวนเท่าใด โดยนโยบายการเปิดเผยข้อมูลเป็นแนวทางที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้กำชับมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้

Advertisement

เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า การประเมินประสิทธิภาพการใช้งบประมาณเป็นกระบวนการที่ดำเนินการเป็นปกติอยู่แล้ว โดยทุกโครงการที่ได้รับอนุมัติจากบอร์ด สปสช. จะมีการติดตามและประเมินผล (Monitoring and Evaluation) อาทิ การประเมินผลการให้วัคซีน ความครอบคลุมของบริการ และผลลัพธ์ด้านสุขภาพของประชาชน ก่อนจัดทำรายงานประจำปีเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นพ.จเด็จ กล่าวว่า หากแบ่งงบประมาณ 60,000 ล้านบาท ออกเป็นภาพรวม จะพบว่าประมาณครึ่งหนึ่ง หรือกว่า 30,000 ล้านบาท เป็นงบด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (Prevention and Promotion) กว่า 20,000 ล้านบาท และกองทุนสุขภาพระดับพื้นที่อีกราว 6,000 ล้านบาท ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นงบที่จัดสรรให้หน่วยบริการอื่น เช่น โรงเรียนแพทย์ กระทรวงกลาโหม กรุงเทพมหานคร และหน่วยบริการนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

“เมื่อเห็นภาพทั้งหมดแล้ว เราก็จะลงไปดูได้ว่า จุดไหนควรปรับปรุง หรือ ‘ขัดน็อต’ การบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” นพ.จเด็จ กล่าว

นพ.จเด็จ ย้ำว่า การตรวจสอบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประเมินความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของการใช้จ่ายงบประมาณเป็นอันดับแรก ยังไม่ได้สรุปว่ามีการทุจริต แต่หากภายหลังพบข้อผิดพลาดหรือการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดย “คำถามแรกที่ต้องตั้ง คือ งบประมาณที่ใช้ไปเกิดประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์กับประชาชนในวงกว้างหรือไม่ และการใช้งบมีประสิทธิผลเพียงใด”