สธ.ผนึกหมอกระดูกอาสาทั่วประเทศกว่า 880 คน จาก 128 รพ. ร่วมผ่าตัดลดคิวผู้ป่วย 12 ส.ค. ถวายเป็นพระราชกุศลพระพันปีหลวง
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย และ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าว “โครงการศัลยแพทย์ออร์โธฯ อาสาผ่าตัดถวายเป็นพระราชกุศล ในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2569” โดยมี นพ.ยิ่งยง สุขเสถียร กรรมการบริหารราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย นพ.ณรงค์ศักดิ์ บำรุงถิ่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยภูมิ ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาออร์โธปิดิกส์ และคณะผู้บริหาร เข้าร่วม
นายพัฒนา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วและได้มาตรฐาน ซึ่งโครงการศัลยแพทย์ออร์โธฯ อาสาผ่าตัดถวายเป็นพระราชกุศล เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์มาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการลดระยะเวลารอคอยในการผ่าตัดที่มีความจำเป็น ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บปวดที่ยืดเยื้อและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้กับผู้ป่วยและครอบครัว
นายพัฒนา กล่าวว่า โครงการนี้ไม่เพียงช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการผ่าตัดเร็วขึ้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการรวมพลังของบุคลากรทางการแพทย์ในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง และเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพและภาครัฐในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า “หัวใจของระบบสาธารณสุขไทย คือ บุคลากรทุกคนที่พร้อมเสียสละเพื่อประชาชน” และรัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ทุกวิชาชีพ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่ดีที่สุด
“ขณะนี้มีโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปแจ้งความจำนงเข้าร่วม 128 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นความบังเอิญที่น่าประทับใจ เพราะจำนวนโรงพยาบาลที่เข้าร่วมตรงกับวันที่ 12 เดือน 8 พอดี ถือเป็นนิมิตหมายอันเป็นสิริมงคล และสะท้อนถึงความพร้อมเพรียงของบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศที่ร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ทั้งนี้ แพทย์ออร์โธปิดิกส์ที่เข้าร่วมโครงการ ปฏิบัติงานด้วยจิตอาสาและความเสียสละโดยไม่ขอรับค่าตอบแทน ส่วนบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ จะเบิกจ่ายค่าตอบแทนตามระเบียบของหน่วยงานหรือโรงพยาบาลต้นสังกัด” นายพัฒนา กล่าว
ด้าน ศ.นพ.กีรติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อจำนวนมากที่ต้องรอคอยการผ่าตัดเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิต ราชวิทยาลัยฯ จึงร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ สาขาออร์โธปิดิกส์ ชมรมออร์โธปิดิกส์ส่วนภูมิภาค ตลอดจนโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ จัดโครงการฯ ขึ้น โดยระดมพลังศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์จิตอาสาจากทั่วประเทศ มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ 1.ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 2.ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยการผ่าตัดของผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ในโรงพยาบาลของรัฐ ให้ประชาชนได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และ 3.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของแพทย์ออร์โธปิดิกส์และบุคลากรทางการแพทย์จากทั่วประเทศ ในการร่วมกันทำความดีเพื่อสังคม พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างองค์กรวิชาชีพและกระทรวงสาธารณสุขในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของประเทศ
ศ.นพ.กีรติ กล่าวว่า ขณะนี้มีโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปแจ้งความจำนงเข้าร่วม 128 แห่งทั่วประเทศ มีแพทย์ออร์โธปิดิกส์ที่เข้าร่วม 880 คน วิสัญญีแพทย์ 130 คน รวมถึงพยาบาลและบุคลากรการแพทย์ที่เกี่ยวข้องรวมไม่ต่ำกว่า 1,000 คนที่ร่วมโครงการปฏิบัติงานด้วยจิตอาสาและความเสียสละ สำหรับผู้ป่วยที่เข้าร่วมมีประมาณ 500 คน ซึ่งอยู่ในคิวการผ่าตัดของรพ.นั้นๆ อยู่แล้ว โดยรพ.จะพิจารณาคัดเลือกตามความเหมาะสมและตามศักยภาพความพร้อมของรพ. ทั้งนี้ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อจำนวนมากที่ต้องรอคอยการผ่าตัดเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิต โครงการดังกล่าวจึงเป็นความร่วมมือระหว่างราชวิทยาลัยฯ กับสธ.เพื่อระดมพลังศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์จิตอาสาจากทั่วประเทศ ในการปฏิบัติงานจิตอาสาถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยการผ่าตัดของผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ในโรงพยาบาลของรัฐ ให้ประชาชนได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ด้าน นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการแสดงพลังความร่วมมือภายใต้แนวคิด “One Team MOPH” ที่ทุกภาคส่วนบูรณาการทรัพยากรร่วมกันโดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้การเข้าถึงบริการผ่าตัดในส่วนภูมิภาคมีประสิทธิภาพสูงสุด กำหนดจัดพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ในรูปแบบ “แพทย์อาสา” โดยศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์จากโรงพยาบาลต่าง ๆ จะร่วมกันให้บริการผ่าตัดแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลของรัฐ ตามศักยภาพและความพร้อมของแต่ละแห่ง ภายใต้การวางแผนร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งการสำรวจจำนวนผู้ป่วยที่รอรับการผ่าตัด การประเมินความพร้อมของห้องผ่าตัด การจัดทีมแพทย์ พยาบาล วิสัญญีแพทย์ และบุคลากรสนับสนุน รวมถึงการเตรียมเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอ
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในระบบการรักษาของโรงพยาบาลอยู่แล้ว และได้รับการพิจารณาจากแพทย์เจ้าของไข้ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อย่างเหมาะสม ทั้งความจำเป็นของการผ่าตัด ความพร้อมของสภาพร่างกาย และความปลอดภัยของผู้ป่วย การผ่าตัดทุกกรณีดำเนินการตามมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานความปลอดภัยเช่นเดียวกับการผ่าตัดในภาวะปกติ ซึ่งรูปแบบการดำเนินงานลักษณะนี้จะเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการทรัพยากรด้านศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบบริการในอนาคตได้ และเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะมีการรวบรวมข้อมูลจากทุกพื้นที่ ทั้งจำนวนโรงพยาบาลที่เข้าร่วม จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด ตลอดจนผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาประเมินผลและใช้ในการพัฒนาระบบบริการให้ดียิ่งขึ้นต่อไป


