‘หมอประกิต’ โต้เหตุผลแก้ พ.ร.บ.สสส. ชี้ NCDs ไม่ใช่งาน สสส.ลำพัง จี้รัฐกำกับทุกหน่วย
จากกรณีที่ นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุที่รัฐบาลจะแก้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 อ้างทำงานไม่ได้ผล 25 ปีคนป่วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เพิ่มขึ้น อีกทั้งคนสูบบุหรี่ไม่ลด สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ชี้แจงว่า เป็นเรื่องอันตรายเป็นอย่างยิ่งที่โฆษกรัฐบาลออกข่าวว่า สาเหตุที่รัฐบาลแก้ พ.ร.บ.สสส. เป็นเพราะคนป่วยโรค NCDs มากขึ้น ไม่เชื่อว่าจะเป็นความเห็นของรัฐบาล เพราะหากเป็นความคิดของรัฐบาลจริงๆ จะสร้างผลร้ายต่อการควบคุมโรค NCDs และการสาธารณสุขของประเทศเป็นอย่างยิ่ง จะทำให้การป้องกันโรค NCDs ไม่ได้รับการให้ความสำคัญจากกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความจริงที่ควรจะเป็น การทำงานเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและโรค NCDs ไม่ใช่งานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ตามคำแนะนำของสหประชาชาติ ที่ต้องมีการขับเคลื่อนทั้งองคาพยพของรัฐบาล
“บทบาทของ สสส. เป็นเพียงสนับสนุนข้อมูลการวิจัย ชี้แนะ กระตุ้น สานเสริมพลัง สร้างความตระหนัก ให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก ดำเนินการควบคุมปัจจัยเสี่ยง NCDs ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น นโยบายการขึ้นภาษีเพื่อลดการบริโภคสินค้าที่ทำลายสุขภาพ สุรา ยาสูบ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล อาหารเค็ม ผ่านการเก็บภาษีเกลือ การจำกัดการเข้าถึงสินค้าสุรา ยาสูบ ด้วยการลดจำนวนร้านขาย การห้ามโฆษณาอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การปราบปรามบุหรี่เถื่อน การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ เฉพาะเรื่องการควบคุมยาสูบ มีนโยบาย สิ่งที่หน่วยงานต่างๆ ต้องดำเนินการ สิ่งที่ สสส. และภาคีเครือข่าย ที่ทำงานควบคุมยาสูบ พยายามเสนอและผลักดันมาหลายปี แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบยังไม่ได้ดำเนินการ” ศ.นพ.ประกิต กล่าว
ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อว่า นโยบายที่ต้องทำเหล่านี้ สสส. ไม่มีอำนาจไปสั่งการหรือดำเนินการด้วยตัวเอง ยกตัวอย่างเรื่องการควบคุมการบริโภคยาสูบ ที่ไทยยังมีปัญหาในการดำเนินการในหลายมาตรการ เช่น 1.ภาษียาสูบไม่ได้ปรับอัตราภาษีมาแล้วถึง 5 ปี สสส. ดำเนินการเรื่องนี้เองไม่ได้เพราะไม่มีอำนาจกำหนดอัตราภาษี ต้องทำงานร่วมกับกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง 2.ลักลอบขายบุหรี่ในออนไลน์ การโฆษณาทางสื่อโซเชียล สสส. ต้องทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีอำนาจตรวจสอบและปิดเว็บไซด์ผิดกฎหมายได้ 3.เพิ่มการเข้าถึงยาช่วยเลิกบุหรี่ และบริการเลิกบุหรี่ สสส. ต้องทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ 4.บังคับใช้กฎหมายการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ หรือลักลอบนำเข้าหรือขายผลิตภัณฑ์บุหรี่ที่ผิดกฎหมาย สสส. ต้องทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค กรมศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ และมหาดไทย ที่มีอำนาจในการกำกับดูแล
“นอกจากนี้การป้องกันการแทรกแซงนโยบายของธุรกิจยาสูบที่นับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะผ่านระบบการเมืองและกระบวนการรัฐสภา ที่ภาคีควบคุมยาสูบเรียกร้องให้มีการออกกฎเพื่อป้องกันการแทรกแซงจากธุรกิจยาสูบตามอนุสัญญาควบคุมยาสูบองค์การอนามัยโลกมาตรา 5.3 ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ดังนั้นหากโฆษกฯ กล่าวว่าการควบคุม NCDs ไม่ได้ผล ท่านโฆษกต้องให้รัฐบาลกำกับติดตามให้หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทำมาตรการต่างๆ เพื่อลด NCDs ด้วย” ศ.นพ.ประกิต กล่าว
ศ.นพ.ประกิต กล่าวอีกว่า การควบคุมโรค NCDs เป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ หากท่านโฆษกฯ ทำการบ้านให้ดีจะพบว่า ตัวชี้วัด NCDs ที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลกยังไม่มีประเทศไหนในโลกสอบผ่าน ที่สำคัญที่สุด รัฐบาลจะต้องตื่นจากความไม่รู้ปัญหาที่แท้จริง และความคิดที่ว่าการควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุของ NCDs จะสำเร็จได้ด้วยการทำงานของ สสส. และภาคีเครือข่ายเท่านั้น การสาธารณสุขของไทยล่มแน่ๆ
ด้าน นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า ตามที่ นายเอกภพ ออกมายอมรับว่าป้ายหาเสียงที่สนับสนุนนโยบายบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายเป็นความจริงนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีที่กล้ายอมรับในแนวคิดของตนเอง แม้ว่าจะขัดแย้งกับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ประกาศไม่สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมาย ทำให้เข้าใจแล้วว่าทำไมนายเอกภพ จึงมุ่งเป้าวิพากษ์วิจารณ์องค์กร กลุ่มคนที่ทำงานควบคุมยาสูบอยู่เสมอ จึงอยากฝากท่านนายกฯ ได้พิจารณาพฤติกรรมของนายเอกภพ อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันประชาชนเกิดความสับสนต่อจุดยืนของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยว่าอาจสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพของเด็กและเยาวชนในไทย

