กรมควบคุมโรคเตือนชาวแม่สาย ระวังสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำ งดใช้-ดื่ม-ประกอบอาหาร
วันนี้ (8 ตุลาคม 2569) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังพบสารหนูและโลหะหนักในน้ำบางจุดสูงเกินมาตรฐาน โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะ 5 ตำบล ได้แก่ แม่สาย โป่งผา ศรีเมืองชุม เวียงพางคำ และเกาะช้าง ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำสายโดยตรงเพื่อดื่ม หรือประกอบอาหาร รวมถึงหลีกเลี่ยงการจับสัตว์น้ำมาบริโภค
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สารหนู (Arsenic) เป็นโลหะหนักที่สามารถปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและเข้าสู่ร่างกายได้จากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน การได้รับสารหนูในปริมาณมากหรือได้รับเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนควรยึดหลัก “รู้ความเสี่ยง ไม่ตื่นตระหนก แต่ไม่ประมาท” และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
นพ.มณเฑียร กล่าวว่า จากการที่พบสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำสาย สำหรับประชาชนในพื้นที่ ขอให้ งดใช้น้ำจากแม่น้ำสายโดยตรง โดยปฏิบัติตามข้อแนะนำ 1) ห้ามนำน้ำจากแม่น้ำสายมาดื่ม 2) ห้ามนำน้ำจากแม่น้ำสายมาประกอบอาหาร 3) ห้ามนำน้ำจากแม่น้ำสายมาทำน้ำแข็งหรือเครื่องดื่ม 4) หลีกเลี่ยงการจับสัตว์น้ำมาบริโภค 5) ติดตามประกาศจากจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
“สำหรับประชาชนที่เคยดื่มหรือใช้น้ำจากแม่น้ำสาย หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขอให้หยุดดื่ม หรือใช้น้ำดังกล่าว และเปลี่ยนมาใช้น้ำจากแหล่งที่ปลอดภัย โดยสามารถเลือกใช้น้ำดื่มบรรจุขวดที่ได้มาตรฐาน น้ำประปาที่หน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพแล้ว หรือน้ำที่ผ่านระบบผลิตและตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐาน” นพ.มณเฑียร กล่าว
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประชาชนกลุ่มที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพในลำน้ำ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และกลุ่มเปราะบาง หากอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจสัมผัสหรือได้รับน้ำจากแม่น้ำสายเข้าสู่ร่างกาย และเลือกใช้น้ำสะอาดที่ผ่านการตรวจสอบว่าปลอดภัยสำหรับการดื่มและประกอบอาหาร ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีความกังวลว่าอาจได้รับสารหนูจากการใช้น้ำในพื้นที่ดังกล่าว ขอให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใช้น้ำจากแหล่งที่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง และหากมีอาการผิดปกติหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพ ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือเข้ารับการตรวจประเมินตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่

