‘พัฒนา’ ดัน ‘อาสาพยาบาลชุมชน’ ทำงานเต็มเวลา ย้ำไม่แทนพยาบาล จ่อประเมินผลก่อนขยายทั่วประเทศ 

29.10.26 | 14:49 น.

‘พัฒนา’ ดันอาสาพยาบาลชุมชนทำงานเต็มเวลา เจาะกลุ่มเปราะบาง-ผู้ป่วยจิตเวช ย้ำไม่แทนพยาบาล จ่อประเมินผลก่อนขยายทั่วประเทศ 

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงนโยบายอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ในการประชุมแถลงนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2570 ว่า อาสาพยาบาลชุมชนเป็นกำลังสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุข โดยมุ่งเข้าไปดูแลประชาชนเชิงรุกในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพ ย้ำว่าไม่ได้เข้ามาทำงานแทนพยาบาล แต่จะทำงานร่วมกับทีมสุขภาพเพื่อให้การดูแลประชาชนเกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมาย

นายพัฒนา กล่าวว่า อาสาพยาบาลชุมชนไม่ได้ลงมาทำงานแทนพยาบาล แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นพยาบาลด้วยนะครับ จะเป็นคนที่ถูกใส่ลงไปในพื้นที่เพื่อที่จะร่วมทำงานกับโรงพยาบาลคุณหมอพยาบาล แล้วก็บุคลากรทางสาธารณสุข ซึ่งจะร่วมลงไปทำงานในพื้นที่รักษาเคพีไอ หรือรักษาเป้าหมายไปพร้อมพร้อมกับโรงพยาบาล


นายพัฒนา กล่าวว่า อาสาพยาบาลชุมชนแตกต่างจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดย อสพ.จะทำงานเต็มเวลา เพื่อเพิ่มกำลังสนับสนุนในพื้นที่และเข้าไปเติมเต็มช่องว่างของระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องได้รับการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้ป่วยจิตเวช และผู้มีปัญหาจากการใช้ยาเสพติด

นายพัฒนา กล่าวว่า แม้ระบบสาธารณสุขจะมีการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้อยู่แล้ว แต่การแก้ปัญหาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยด้วย การมี อสพ.เข้าไปทำงานในพื้นที่จึงเป็นการเพิ่มกำลังติดตามและสนับสนุนให้เกิดผลลัพธ์ด้านสุขภาพร่วมกับโรงพยาบาล ไม่ใช่เพียงการตรวจพบหรือรับทราบปัญหาเท่านั้น ส่วนการดูแลหญิงตั้งครรภ์และเด็ก อสพ.จะเข้าไปติดตามตั้งแต่ระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อดูแลเรื่องโภชนาการ การได้รับสารอาหารและวิตามินที่เหมาะสม ตลอดจนติดตามปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังคลอด รวมถึงสุขภาพจิตของมารดาและการปรับตัวของสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องดูแลทารกและบุตรคนโตไปพร้อมกัน เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ก่อนคลอดจนถึงช่วงวัยเด็ก

นายพัฒนา กล่าวว่า ระบบบริการสุขภาพจิตยังมีข้อจำกัดด้านบุคลากรที่ไม่เพียงพอและไม่สามารถประจำอยู่ในทุกพื้นที่ได้ อสพ.จึงมีบทบาทในการเข้าไปเติมเต็มส่วนที่ระบบยังดูแลไม่ทั่วถึง รวมถึงผู้ป่วยจิตเวชและผู้มีปัญหาจากการใช้ยาเสพติด ซึ่งบางกรณีอาจเกิดอาการคลุ้มคลั่งและต้องได้รับความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยจำเป็นต้องประสานการทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานในพื้นที่

Advertisement

นายพัฒนา กล่าวถึงข้อกังวลเรื่องการใช้งบประมาณว่า กระทรวงสาธารณสุขและกรมสนับสนุนบริการสุขภาพติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เนื่องจากปีนี้เป็นปีแรกที่จะเริ่มส่ง อสพ.ลงปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยกระทรวงได้จัดทำแผนที่ความต้องการเพื่อประเมินว่าพื้นที่ใดมีความจำเป็นต้องได้รับกำลังสนับสนุนมากเป็นพิเศษ

นายพัฒนา กล่าวว่า เป้าหมายในอนาคตคือการกระจาย อสพ.ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ แต่จะเริ่มจากกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่บางส่วนก่อน นำผลการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จไปขยายผล ขณะที่พื้นที่ที่พบปัญหาจะปรับลดหรือจำกัดการดำเนินงาน รวมถึงแก้ไขข้อบกพร่อง เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดความคุ้มค่าและประชาชนที่ต้องพึ่งพิงการดูแลสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ถูกทอดทิ้งให้เป็นภาระของครอบครัวและสังคม