เปิดตัว ‘Quantum Club Thailand’ ผนึกกำลังรัฐ-เอกชน-นักวิจัย วางรากฐานระบบนิเวศควอนตัมไทย ชูสร้างคน-ดันวิจัยสู่ใช้จริง
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพมหานคร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดตัว “Quantum Club Thailand” แพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับประเทศ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย (QTRic) และ qBraid จากสหรัฐอเมริกา
นายยศชนันเปิดเผยว่า เทคโนโลยีควอนตัมเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งขอชื่นชมภาคเอกชนที่เข้ามาร่วมลงทุนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะเทคโนโลยีควอนตัมยังเป็นเรื่องใหม่และมีความเสี่ยงสูง ที่ผ่านมาภาครัฐจะเป็นผู้เริ่มลงทุน แต่ครั้งนี้ภาคเอกชน ทั้งเครือซีพี ทรู และพันธมิตร ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างระบบนิเวศร่วมกัน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศ

นายยศชนันกล่าวว่า นอกจากนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับงานวิจัยโดยเริ่มต้นด้วย 3 โครงการเรือธง ได้แก่ Quantum Academy Thailand, Quantum Industry Lab และ Quantum Innovation Challenge เพื่อวางรากฐานระบบนิเวศควอนตัมของประเทศไทย และผลักดันประเทศสู่การเป็น ผู้ร่วมสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมควอนตัมในเวทีโลก ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับการพัฒนา AI เพราะการทำให้ AI มีศักยภาพมากขึ้น จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งข้อมูลจากเซ็นเซอร์บนพื้นดิน ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลด้านการแพทย์ เกษตร และข้อมูลจากอวกาศ จึงต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูง โดยคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (HPC) เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ทำให้เทคโนโลยีควอนตัมจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรองรับการคำนวณและการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคต
นายยศชนันระบุด้วยว่า ประเทศไทยต้องสร้างความเข้มแข็งด้านข้อมูลและเทคโนโลยีของตนเอง ทั้งด้านอวกาศ พลังงาน และควอนตัม เพื่อสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีในระยะยาว นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีพื้นฐานบุคลากรที่แข็งแกร่ง ทั้งนักเรียนโอลิมปิกวิชาการ นักวิจัย และมหาวิทยาลัย จึงควรต่อยอดศักยภาพดังกล่าวไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ โฟโตนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และ Quantum Computing ซึ่งสิ่งสำคัญคือ การสร้างระบบนิเวศครบวงจร ตั้งแต่นักวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานกำกับดูแล นักลงทุน Venture Capital และ Angel Fund รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายกับต่างประเทศ เพื่อให้สตาร์ทอัพไทยสามารถเติบโตในตลาดโลก

ทั้งนี้ กระทรวง อว.ได้จัดตั้งกลไกคณะกรรมการด้านเทคโนโลยีควอนตัมเพื่อเชื่อมโยงการทำงานกับกว่า 10 กระทรวง พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพด้าน Deep Tech ผ่านการทดสอบต้นแบบ การสนับสนุนงบวิจัย และการใช้ภาครัฐเป็นผู้ใช้งานรายแรก เพื่อช่วยผลักดันเทคโนโลยีไทยให้สามารถขยายสู่ต่างประเทศได้
ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประธานกรรมการ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคควอนตัมไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะกำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์ ศูนย์ข้อมูล หรือเครื่องจักร แต่คือ “คน” เพราะเทคโนโลยีสามารถจัดหาได้ แต่บุคลากรที่สามารถสร้างเทคโนโลยีใหม่จำเป็นต้องได้รับการลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Quantum Club Thailand จะเป็นพื้นที่รวมผู้มีความสนใจด้านเดียวกัน ทั้งนักวิชาการ ภาครัฐ และเอกชน เพื่อร่วมกันสร้างองค์ความรู้และผลักดันงานวิจัยสู่การใช้งานจริง
นายศุภชัยกล่าวว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งมหาวิทยาลัย นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรม สิ่งสำคัญคือการเชื่อมโยงศักยภาพเหล่านี้เข้าด้วยกัน โดยทรู ดิจิทัล พาร์ค พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความร่วมมือ เชื่อมมหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการ นักลงทุน และพันธมิตรจากทั่วโลก ปัจจุบันมีเครือข่ายพันธมิตรกว่า 5,800 ราย พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการจัดตั้งห้องปฏิบัติการด้าน Quantum Computing เพื่อสนับสนุนการวิจัย เนื่องจากเทคโนโลยีควอนตัมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและต้องอาศัยการทดลองอย่างต่อเนื่อง

นายศุภชัยกล่าวด้วยว่า เครือซีพีและอไรซ์ เวนเจอร์ส พร้อมสนับสนุนการวิจัยและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัมในภาคเกษตร อาหาร สุขภาพ โลจิสติกส์ โทรคมนาคม พลังงาน และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ควบคู่กับการผลักดันพันธกิจด้านการเข้าถึง AI สุขภาพ การเงิน และการศึกษาที่มีคุณภาพ พร้อมเสนอแนวคิดจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมระดับประเทศ 5 ด้าน ได้แก่ Digital, Space, Robotics, Biotechnology และ Advanced Materials โดยจับคู่กับมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อสร้างห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิจัย และดึงนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกมาทำงานในประเทศไทย ซึ่งภาคเอกชนพร้อมร่วมลงทุน หากภาครัฐสนับสนุนในลักษณะ Matching Fund
ขณะที่นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีควอนตัม แต่ต้องร่วมสร้างองค์ความรู้ บุคลากร และนวัตกรรมของตนเอง โดยทรูจะนำศักยภาพด้านโครงข่ายอัจฉริยะและระบบนิเวศดิจิทัลมาสนับสนุน Quantum Club Thailand ให้เป็นแพลตฟอร์มแห่งการลงมือทำ เชื่อมโยงงานวิจัยกับโจทย์จริงของภาคธุรกิจ เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ ตลอดจนผลักดัน Deep Tech Startup ไทยสู่เวทีโลก
ด้านนายวรวัฒน์ มีวาสนา ประธานเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย (QTRic) กล่าวว่า ปัจจุบัน QTRic มีต้นแบบเทคโนโลยีควอนตัมมากกว่า 80 รายการ และเครือข่ายนักวิจัยกว่า 120 คน จาก 19 องค์กร พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ผ่าน Quantum Club Thailand เพื่อสร้าง Use Case เชิงพาณิชย์และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Quantum Hub ของอาเซียน

ขณะที่ นายริกกี ยัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ qBraid บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์และระบบคลาวด์ด้านเทคโนโลยีควอนตัมจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า qBraid พร้อมสนับสนุนประเทศไทยผ่านการเปิดให้เข้าถึงแพลตฟอร์มควอนตัม เครื่องมือ AI การพัฒนาบุคลากร และการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เพื่อเร่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัมในภาคอุตสาหกรรมและยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมควอนตัมของภูมิภาค
ทั้งนี้ สำหรับ Quantum Club Thailand จะขับเคลื่อนผ่าน 4 พันธกิจหลัก ได้แก่ การสร้างกำลังคน การผลักดันงานวิจัย การยกระดับภาคอุตสาหกรรม และการสร้างนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ โดยเริ่มต้นด้วย 3 โครงการสำคัญ คือ Quantum Academy Thailand, Quantum Industry Lab และ Quantum Innovation Challenge เพื่อเชื่อมโยงภาครัฐ มหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาคธุรกิจ นักลงทุน และพันธมิตรระดับโลก วางรากฐานระบบนิเวศควอนตัมของประเทศไทย และผลักดันประเทศจากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่การเป็นผู้ร่วมสร้างนวัตกรรมควอนตัมในเวทีโลก


