หน้าแรก การเมือง วิปฝ่ายค้านจั...

วิปฝ่ายค้านจัดเวทีครบ 2 ปีเลือกสว. อดีต ผู้สมัคร-ผู้ตรวจการกกต. แฉคลิปโพย ปล่อยฮั้วไร้จัดการ ท้าเปิดหีบพิสูจน์

5.08.26 | 06:20 น.

วิปฝ่ายค้านจัดเวทีครบ 2 ปีเลือกสว. อดีต ผู้สมัคร-ผู้ตรวจการกกต. แฉคลิปโพย ปล่อยฮั้วไร้จัดการ ท้าเปิดหีบพิสูจน์ ‘ไอติม’ ยก 5 ข้อไม่ไว้ใจกกต. ศาลไต่สวนคดี44 สส.ก้าวไกลนัดสุดท้าย18 พ.ค.70

ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) จัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. – เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค พิเศษ) เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน?” โดยมีพยานบุคคลร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ได้แก่ นางศรินทร สนธิศิริกฤตย์ สว.สำรอง พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ พ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการ กกต. โดย


โดยนางศรินทร กล่าวว่า สิ่งที่พบ คือ ในรอบเลือกไขว้ห้ามนำเอกสาร แฟ้มเข้าไป ใบสว.3 (ใบแนะนำตัว) ต้องวางไว้ที่เดิม แต่กลับกลายเป็นว่า ทุกกลุ่มมีการถือแฟ้มสีดำติดตัวไป สามารถเปิดดูคลิปย้อนหลังได้ หลังจากเข้าไปแล้ว มีกระบวนการนั่งกันเป็นกลุ่มๆ ประมาณ 01.00 น. รอบแรกมารอบสองเสร็จ เมื่อพบว่ามีความผิดปกติในการเลือกสว. ได้เดินไปพบนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. และผู้อำนวยการเลือก สว. ซึ่งนั่งอยู่ในห้องกระจก

“คำตอบที่ได้รับคือ เขาก็ทำกันเป็นกระบวนการมาทั้งหมด คนนั้นก็ทำ คนนี้ก็ทำ แสดงว่าท่านยอมรับว่ามีการฮั้ว ถ้าท่านพูดอย่างนี้ ในเมื่อทำแล้วแพ้เอง กลุ่มที่ทำแล้วแพ้จะมาโวยวายทำไม”นางศรินทรกล่าว
นางศรินทรกล่าวอ้างอิงคำพูดของนายแสวงอีกครั้งว่า “เขาก็ทำกันทุกที่ แต่บังเอิญของบางกลุ่มแพ้ แล้วจะมาโวยวายอะไร แสดงว่าท่านยอมรับใช่หรือไม่ว่า มีการฮั้ว มีการโกงตั้งแต่คืนนั้น”

ด้านพล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ กล่าวว่า การเข้าไปสมัครสว. ทำให้ตนเห็นกระบวนการที่น่ารังเกียจในการเข้าสู่อำนาจของคนที่อ้างว่ามีเกียรติ เห็นร่องรอยของความไม่สุจริตเที่ยงธรรม ได้นำเรื่องไปแจ้งกับ กกต. เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ว่ามีร่องรอย บางคนเป็นคนมีบัตรประชารัฐก็ยังมาสมัคร สว. บางคนตอนเช้าใส่หมวกกันน็อกไปทวงหนี้ แต่ตอนบ่ายมาสมัครสว. คำถามคือใครเป็นคนจ่ายเงินค่าสมัคร 2,500 บาทให้ และมีหลายคนที่กกต. ปล่อยให้คนที่ไม่มีสิทธิ์เข้ามาสมัครเช่นกลุ่มคนที่มีประสบการณ์ไม่ถึง 10 ปี หรือบางคนก็เป็นคนที่มีคุณสมบัติต้องห้าม แต่กกต. ก็ยังปล่อยให้มาสมัคร และยังใช้คนหนึ่งคนเพื่อรับรองผู้สมัครหลายคนพร้อมกับลงวันที่เดียวกัน

Advertisement

พล.ต.ต.บัญญัติ กล่าวต่อว่า การให้กกต. เพียงฝ่ายเดียวมีอำนาจเด็ดขาดในการดำเนินการเรื่องของการเลือก ซึ่งตนกับเพื่อนเห็นอยู่กับหู รู้อยู่กับตา เห็นกันอยู่ แต่ทำอะไรไม่ได้ ถูกจับโยนทิ้ง ไม่ให้ขึ้นสู่เวที ฉะนั้น ประเด็นนี้จะต้องมีการปรับแก้ในเรื่องของการให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้ ให้เป็นผู้เสียหายในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ นอกจากนี้ยังขอฝากให้ฝ่ายค้านไปช่วยถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าผอ.กกต.ระดับอำเภอนั้น ที่เป็นคนพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครสว. 2567 เขานั่งอยู่ที่โต๊ะมีคอมพิวเตอร์ แล้วสามารถลิงก์ข้อมูลกรมการปกครองได้ทั่วประเทศ เขามีข้อมูลผู้สมัครอยู่ในคอมพิวเตอร์

“หากเขาเคาะคอมพิวเตอร์แค่ 2-3 ครั้ง ก็จะรู้แล้วว่าใครคือพ่อแม่ลูกที่สมัครในคราวเดียวกัน ผัวเมียสมัครในคราวเดียวกันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ก็จะช่วยให้ไม่เกิดการจ้างเป็นผู้สมัครได้ แต่เขากลับปล่อยเกียร์ว่างไม่ทำ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลเรื่องนี้เอาไม้เรียวหวดก้นหน่อยดีหรือไม่ ฝากถึงกกต. และรัฐบาลว่าอย่าฟ้องผม ที่ผมมาพูดในวันนี้ ผมไม่ได้มาเพราะผมเป็นเครื่องมือของใคร ผมไม่เคยสังกัดพรรคการเมืองไหน ผมไม่แบ่งแยกว่าใครเป็นสีไหน แต่ที่ผมมาวันนี้เพราะผมสีทนไม่ได้“ พล.ต.ต.บัญญัติ กล่าว

ขณะที่พ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการ กกต. ได้เปิดคลิปวิดีโอการส่งโพยเข้าไปในสถานที่เลือกตั้ง และการเก็บโพย ในการเลือกสว. วันที่ 26 มิถุนายน 2567 ช่วงประมาณ 18.30 น. ซึ่งในคลิปมีการประกาศว่าไม่ให้เอกสารเข้าและพูดชัดว่าจะมีการแจก สว. 3 ฉบับใหม่ให้กับผู้สมัครที่ผ่านรอบเช้ามา ขณะที่คลิปที่สองเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เดินถามว่าคนไหนมีโพย และห้ามมีโพยพร้อมเดินเก็บโพย ในคลิปที่ 3 เป็นภาพของนายนิยม จันทร์เยี่ยม ผอ.กกต.อุตรดิตถ์ ที่เก็บโพยมาเต็มกระเป๋า และลงบันทึกเซ็นเอกสารประจำหน่วยว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่นายแสวงกลับออกมาบอกว่าไม่มีอะไร

พ.ต.อ.มนัส กล่าวต่อว่า ตั้งข้อสันนิษฐานว่า การฮั้วจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ก็เห็นเป็นใจขอย้อนไปถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2567ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจการเลือก สว. และพบว่ามีผู้สมัครจดโพยในใบ สว. 3 จึงไปแจ้งนายแสวงให้ทราบ แต่นายแสวงกลับบอกว่า “รู้ว่าทำอะไรเขาไม่ได้ เขาคิดวางแผนกันมาแบบนี้แหละปล่อยให้เขาเอา สว. 3 เข้าไปในรอบไขว้ได้” คำพูดแบบนี้มันบ่งชี้ว่านายแสวงรู้แล้ว รู้ก่อนแล้วว่าวางแผนกันมาแบบนี้แบบนี้ผิด มาตรา 157 หรือไม่ ขอท้า กกต.ให้เปิดหีบพิสูจน์

ต่อมา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวสรุปว่า 5 พฤติกรรมของกกต. ที่ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจคือ 1.ออกระเบียบกกต. เกี่ยวกับการเลือกสว.ที่อาจจะยังไม่รัดกุมเพียงพอป้องกันการทุจริต 2.การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครที่อาจจะยังไม่รอบคอบเพียงพอ 3.การปล่อยปละละเลยการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้นในวันเลือกสว. โดยเฉพาะการเลือกระดับประเทศ 4.ข้อครหาเกี่ยวกับการเตะถ่วงคดีและการตั้งคณะอนุขึ้นมาฟอกขาวในคดีดังกล่าว 5. กังวลว่าจะเกิดขึ้นคือการเตรียมเป่าคดี อ้างหลักฐานไม่เพียงพอหรือไม่เพื่อให้เรื่องไปไม่ถึงศาล

ที่ศาลฎีกา ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีคมจ.1/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง กับ 44 สส.พรรคก้าวไกล ผู้คัดค้าน กรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงจากที่ทั้งหมดลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน โดยศาลสอบคู่ความทั้งสองฝ่ายแล้ว คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงที่มีการเสนอพยานหลักฐานในเบื้องต้น เห็นควรกำหนดวันไต่สวนพยานผู้ร้องจำนวน 4 นัด 9 ปาก โดยนัดไต่สวนพยานปากแรกวันที่ 25 ส.ค. 2569 ส่วนพยานผู้คัดค้านจำนวน 60 ปาก กำหนดเริ่มไต่สวนพยานนัดแรกวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 และนัดสุดท้ายในวันที่ 18 พ.ค. 2570 ก่อนนัดฟังคำพิพากษาต่อไป