ชีวะภาพ ซัดตรรกะวิบัติ ป่าทับคน แฉขบวนการเฉือน ทับลาน แสนไร่ เอื้อนายทุนฮุบ ชี้ กฎหมายอุ้มแต่มนุษย์ ทิ้งสัตว์ป่ารับกรรม
วันที่ 5 สิงหาคม นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยว่า ตนได้เป็นประธานประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับกรณีความคืบหน้าในการดำเนินการตาม มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ที่เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ให้ปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื้อที่ประมาณ 1.5 แสนไร่ (155,865 ไร่) ตามแนวเส้นสำรวจปี พ.ศ. 2543 (One Map) เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนและที่ดินทำกินของประชาชน รวมทั้งพิจารณาแก้ปัญหาการทับซ้อนที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน
โดยเชิญผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้แทนภาคประชาชน เข้าชี้แจง
นายชีวะภาพ กล่าวถึงการแก้ปัญหาโดยเปรียบเทียบตรรกะ “มือซ้าย-มือขวา” ว่า มือซ้ายคือมนุษย์ มือขวาคือป่าและสัตว์ป่า แต่วันนี้กฎหมายและมติ ครม. เอื้อแต่มือซ้าย แทบไม่มีใครออกเสียงแทนสัตว์ป่าที่พูดไม่ได้ มีเพียงตนและนายชัยวัฒน์ ที่คอยเป็นกระบอกเสียงให้ธรรมชาติ
นายชีวะภาพ ยังแสดงความเป็นห่วงต่อกรณีกลุ่มยูทูบเบอร์ นักการเมือง และนักวิชาการบางคนที่ออกมาสร้างกระแส “ป่าทับคน” หรือกรณีที่ หน่วยงานรัฐประกาศเส้นแนวเขตป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน หรืออุทยานแห่งชาติ ไปทับซ้อนกับพื้นที่ชุมชนหรือที่ดินทำกินที่ชาวบ้านอยู่อาศัยและทำประโยชน์มาก่อน โดยระบุว่าเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์อย่างสิ้นเชิง เพราะพื้นที่ดังกล่าวประกาศเป็น “ป่าถาวร” มาตั้งแต่ปี 2506 ก่อนจะมาเป็นอุทยานฯ ในปี 2524
“มีนักวิชาการบางคนจบสังคมศาสตร์ ไม่เคยเรียนพฤกษศาสตร์ ไม่เคยเรียนเรื่องดิน แต่มาวิจารณ์เป็นตุเป็นตะตามกระแส ถ้าบอกว่าอุทยานฯ ไปประกาศทับหมู่บ้าน อันนี้รับได้ แต่ถ้ามาบอกว่าป่าทับคน ผมยอมไม่ได้ ไปดูรากเหง้าประวัติศาสตร์ปี 2506 สิว่าตอนนั้นมีชุมชนหรือยัง ชาวบ้านเข้าไปทีหลังก็คือบุกรุก พูดด้วยตรรกะบทกวีไม่ได้ ประชาชนเข้าใจผิดหมด” นายชีวะภาพ กล่าว
นายชีวะภาพ กล่าวถึงความพยายามในการแก้กฎหมาย ส.ป.ก. ที่อาจลุกลามไปถึงการอนุญาตให้ทำรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ หรือโรงแรมได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะกลายเป็น มหกรรมการเปลี่ยนมือที่ดินครั้งใหญ่ที่สุด เกษตรกรผู้ยากไร้จะขายที่ดินให้นายทุน แล้วกลับไปบุกรุกถางป่าผืนใหม่ต่อไม่จบสิ้น
พร้อมยกเคสสุดฉาว ป่าบางละมุง ที่ถูกส่งมอบให้ ส.ป.ก. จัดสรรให้คนจน แต่ปัจจุบันกลับมีคนร้องเรียนว่าพื้นที่ดังกล่าวกลายสภาพเป็นนิคมอุตสาหกรรม มีทั้งสนามกอล์ฟ โรงงานรีไซเคิล และโรงงานประกอบรถยนต์ยี่ห้อดังไปตั้งตระหง่านอยู่
“ส.ป.ก. เอาที่ดินเกือบ 40 ล้านไร่ ไปบริหารจัดการแบบนี้หรือ จัดสนามกอล์ฟให้ด้วยหรือโรงงานรถยนต์มันเกี่ยวอะไรกับการเกษตร พอเกษตรกรขายที่ไป เขาก็ไปบุกป่าใหม่ต่อ นี่คือความโชคร้ายของประเทศ ” นายชีวะภาพ กล่าว
นายชีวะภาพ ได้แนะให้ข้าราชการระดับสูงต้องกล้าอธิบายความจริงให้นักการเมืองและผู้กำหนดนโยบายฟัง อย่าปล่อยให้ระบบมนุษย์ทำลายธรรมชาติจนหมดสิ้น พร้อมทิ้งท้ายว่า ป่าไม้ไทยหายไปเฉลี่ยวันละ 400 ไร่ หรือปีละกว่า 1 แสนไร่ หากปล่อยไว้เช่นนี้ ในอีกร้อยปีข้างหน้าสิงสาราสัตว์จะไม่มีที่อยู่ สภาพอากาศจะวิบัติขั้นสุด
นอกจากนี้ ยังส่งสัญญาณเตือนให้สังคมจับตา “พ.ร.บ.นิรโทษกรรม คดีป่าไม้” ที่กำลังจะเข้าสู่สภาเร็วๆ นี้ ซึ่งทาง กมธ. จะเรียกประชุมด่วนเพื่อรับมือกับเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด

