กสถ.ฟัน ขรก.โกง ส่งก.กลาง รื้อบัญชีบรรจุ เอาผิดก๊วนแก้คะแนน นายกฯ ลั่นฟันหมดเล็ก-ใหญ่ ปชน.ดักคอตัดจบแค่อธิบดี
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำคณะรัฐมนตรี ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ โดยระหว่างเดินจากตึกไทยคู่ฟ้า มาที่ตึกบัญชาการ 1 นายกฯ ได้เดินคุยกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องผลการตรวจสอบที่เป็นลายลักษณ์อักษรนายปกรณ์ กำลังเตรียมสรุปอยู่ แต่ที่ตนบอกว่าจบ คือส่วนที่ประชาชนไม่ต้องกังวลว่าจะต้องปกป้องใคร มีความชัดเจนจบเลย ไม่ต้องมานั่งคิดว่าคนนั้นคนนี้จะได้รับการปกป้อง ส่วนคำว่าปิดชื่อถือพฤติกรรมค่อนข้างที่จะกระจายไปในระบบราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี ตนค่อนข้างพึงพอใจว่าเพื่อนข้าราชการ ฝ่ายประจำได้นำ แนวนโยบาย ข้อสั่งการของตนไปปฏิบัติ
“อย่างเช่นเมื่อเช้ามีหลายหน่วยงาน เข้าหารือกับตนร่วมกับนายปกรณ์ และนายปกรณ์ก็พูดขึ้นมาเองว่า ให้ยึดถึงแนวทางของนายกฯ ปิดชื่อถือพฤติกรรม และดำเนินการจะได้สบายใจกับทุกฝ่าย เปิดมาโดนแจ็กพอตคนไหนก็คนนั้น ไม่ว่าจะใหญ่จะเล็ก จะเป็นการเมืองหรือประจำ ก็ต้องดำเนินคดีตามบทบัญญัติของกฎหมายทั้งนั้น” นายกฯ กล่าว
ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมกมธ. เพื่อพิจารณากรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า ตนมองว่าการดำเนินคดีการโกงสอบท้องถิ่นพอจะมีความชัดเจนไประดับหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่ทุกหน่วยงานกำลังสืบหาข้อเท็จจริงคือเกิดอะไรกับการสอบท้องถิ่นเมื่อปี 2568 ตนคิดว่าวันนี้สิ่งที่เราต้องคุยกันมากกว่านั้นคือใครเป็นคนสร้างระบบการโกงนี้ และใครพยายามที่จะเอื้อ และอนุญาตให้มีการโกงสอบในครั้งนี้ ตนคิดว่าต้องพูดไปมากกว่านั้นไม่เช่นนั้นเกิดสืบหาว่า เรื่องราวมันเกิดขึ้นอย่างไร ปีหน้าก็อาจจะเกิดสิ่งนี้อีก แล้วก็จะมีการแก้ปัญหาแบบเดิมอีก
เมื่อถามถึง กรณีที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะส่งเรื่องผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งพบว่ามีข้าราชการระดับสูงเอี่ยวด้วย ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการต่อนั้น น.ส.ภคมน กล่าวว่า วันนี้ตนมีคำถามกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และทุกหน่วยงานที่เข้าชี้แจงกมธ.ฯ วันนี้ว่า คนที่สืบไปสืบมา สามารถสืบได้เป็นแค่ระดับอธิบดีใช่หรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าพี่น้องประชาชนไม่เชื่อว่าจะสูงที่สุดแค่ระดับอธิบดี มันต้องไปไกลได้มากกว่านั้น และวันนี้ต้องมีความพยายามที่จะสืบหาให้ไปไกลมากกว่านั้น หรือตั้งใจที่จะต้องการให้มันยุติเพียงเท่านี้ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นคือคนที่บงการสูงสุดหรือไม่เท่านั้นเอง ตนคิดว่าวันนี้ต้องมีคำตอบ
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ.ขอมติเพิกถอนข้าราชการทุจริตสอบท้องถิ่นว่า ที่ประชุมกสถ. มีมติยกเลิกการขึ้นบัญชีเดิมและประกาศขึ้นบัญชีใหม่ โดยมีผู้สอบได้โดยสุจริตประมาณ 12,000 ราย ส่วนกลุ่มที่มีการปรับคะแนนผิดปกติจะไม่ได้รับการขึ้นบัญชี และจะนำเรื่องเสนอที่ประชุม ก กลาง พิจารณาในวันที่ 6 สิงหาคมนี้
สำหรับกลุ่มที่มี Clean Score แต่ได้คะแนนเพิ่มขึ้นรวม 774 ราย ด้านนายบุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ระบุว่า จากการตรวจสอบพบผู้ไม่มารายงานตัว 211 ราย และผู้ที่อยู่ในบัญชีรอบแรก 561 ราย ซึ่งเมื่อจัดเรียงลำดับคะแนนที่แท้จริง มีผู้ยังคงอยู่ในบัญชี 97 ราย ส่วนอีก 464 รายถูกเพิกถอนเพื่อไปรอคิวตามลำดับจริง โดยกลุ่ม 97 รายที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว หากพบว่าผ่านเกณฑ์ภาค ก. ถูกต้องก็รับราชการต่อได้ แต่หากตำรวจสอบสวนกลางพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือการจ่ายเงิน จะถูกดำเนินคดีอาญา พ้นจากราชการ และรับโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุก
นอกจากนี้ ในวันที่ 6 สิงหาคม คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นำโดย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. จะเชิญ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. มาให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งหากพยานหลักฐานเพียงพอ จะสรุปผลชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรงแก่ข้าราชการ สถ. 5 ราย เพื่อเสนอ อ.ก.พ. พิจารณาลงโทษต่อไป




