หน้าแรก การเมือง ภคมน อัด &#82...

ภคมน อัด ‘หมอสรณ’ ไร้จิตสำนึก ยื้อเก้าอี้ประธาน กสทช. จี้ นายกฯ เลิกแบก เร่งทูลเกล้าฯ

6.08.26 | 12:46 น.

ภคมน อัด ‘หมอสรณ’ ไร้จิตสำนึก ยื้อเก้าอี้ประธาน กสทช. จี้ นายกฯ เลิกแบก เร่งทูลเกล้าฯ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาประชุมกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ล่ม 3 ครั้ง เนื่องจาก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ไม่ยอมรับว่าขาดคุณสมบัติการเป็นประธานกสทช. ว่า ตั้งแต่ที่คณะกรรมการสรรหามีมติว่า นพ.สรณไม่มีคุณสมบัติในการเป็นประธานกสทช. นายแพทย์สรณจะต้องสละสิทธิ์ตั้งแต่แรก แต่วันนี้เราหวัง จิตสำนึกของนายแพทย์สรณไม่ได้ที่จะให้ปฏิบัติตามมติดังกล่าว การที่ตนพูดแบบนี้เพราะการตรวจสอบคุณสมบัติของนายแพทย์สรณ ต่อเนื่องมา 4 ปีแล้ว แต่พึ่งมีข้อยุติเมื่อเดือนที่แล้ว


น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ดังนั้นถ้าเราคาดหวังจะสำนึกความรับผิดชอบของบุคคล ตนคิดว่าไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะถ้าเขาตระหนักดีว่าไม่มีคุณสมบัติ เขาไม่มีทางที่จะไปนั่งอยู่ในตำแหน่งประธานกสทช. ที่ต้องดูแลทรัพย์สมบัติของชาตินับแสนล้านบาท เมื่อคณะกรรมการสรรหามีมติว่านพ.สรณไม่มีสิทธิ์ไปนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด ซึ่งภารกิจสำคัญหลังจากนี้ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะตำแหน่งประธานกสทช.เป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ คนที่จะทำให้เรื่องนี้ชัดเจนที่สุด คือนายกฯ และเท่าที่ได้ติดตามข่าว นายกฯก็อ้างกฎหมาย ซึ่งวันนี้กฎหมายก็ชัดเจนแล้วว่า นายกฯจำเป็นที่จะต้องเป็นคนทูลเกล้าฯ เพื่อมีการโปรดเกล้าฯปลดนพ.สรณ จึงไม่มีเหตุผลที่นายกฯจะยื้อ เพราะแทนที่สังคมจะตั้งคำถามต่อนพ.สรณ กลับตั้งคำถามกับนายกฯแทน

“วันนี้การที่นายกรัฐมนตรียื้อเวลาออกไป เรื่องนี้เกี่ยวข้องหรือไม่ว่าการที่นายกฯ กับนพ.สรณเคยใช้กุนซือคนเดียวกัน ถ้าไปย้อนดูในครม.อนุทิน 1 จะเห็น ที่ปรึกษาคนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นเลขานุการประธาน กสทช. ดิฉันไม่มั่นใจว่าปรึกษากันไปปรึกษากันมา กลายเป็นว่าสุดท้ายช่วยกันอุ้มหรือไม่ ซึ่งไม่อยากให้เกิดแบบนั้น เพราะอย่าลืมว่าภารกิจของประเทศไทย เป็นภาระที่นายกฯ จะต้องแบกรับและให้ความกระจ่างกับสังคมมากมายเหลือเกิน ท่านไม่จำเป็นต้องแบกนพ.สรณเลย”น.ส.ภคมนกล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ในการประชุมกมธ.ฯสัปดาห์หน้าจะเชิญบอร์ดกสทช. คนอื่นๆมาให้ความเห็น ถึงผลกระทบของการที่คนขาดคุณสมบัติ แล้วยังยืนยันที่จะเข้าประชุม และนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดอยู่ อย่างไรก็ตาม อยากทราบเหตุผลจริงๆ จากนพ.สรณ ว่าทำไมยังดึงดันที่จะนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดให้ได้ เพราะเท่าที่ทราบมาในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการพิจารณาของกองทุนยูโซ่ ที่มีโครงการหลายพันล้านบาท และในอนาคตอันใกล้เช่นกัน ประธานกสทช.จะมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ

Advertisement

“เมื่อมีภารกิจแบบนี้โดยนพ.สรณยังครึ่งๆกลางๆอยู่ ขอให้ย้อนกลับไปดูอดีตของการใช้งบประมาณทำให้ตนมั่นใจว่านพ.สรณ จะเบิกงบ กสทช.ในการบินต่างประเทศอีกครั้งก็ได้ ดังนั้นวันนี้สังคมต้องเร่งกดดันและตั้งคำถามว่า มีเหตุผลอะไรที่คนที่ขาดคุณสมบัติ ยังคงนั่งปกป้องสมบัติชาติหลักแสนล้านบาท แล้วเราจะเสีย สิทธิประโยชน์มากมายให้กับบุคคลที่ไม่เหมาะสมและไม่มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้” น.ส.ภคมนกล่าว

ภคมน
น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

เมื่อถามว่า ในระหว่างนี้สามารถเลือกบุคคลขึ้นมาทำหน้าที่ เป็นประธานชั่วคราวได้หรือไม่ น.ส.ภคมนกล่าวว่า ตนไม่มั่นใจว่าพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กสทช.สามารถทำได้หรือไม่ แต่เมื่อเป็นช่วงสุญญากาศ อย่างน้อยๆจะต้องมีข้อหารือ แล้วคนที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ดีที่สุด คือบอร์ดกสทช.ที่จะต้องทำหนังสือส่งไปยังนายกฯ ว่าจะให้ใครทำหน้าที่เป็นประธานกสทช.ชั่วคราว หรือรักษาการหรือไม่ ซึ่งคิดว่าพ.ร.บ.กสทช.น่าจะไม่ได้ปิดล็อคเรื่องนี้ หรือทำให้ภารกิจของ กสทช.หยุดชะงักชั่วคราว ดังนั้น ทั้งบอร์ดและสำนักงานกสทช.ต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง

“วันนี้สิ่งที่ท่านอยู่ไม่ใช่องค์กรเอกชน ท่านอยู่ในองค์กรที่เป็นทรัพย์สินของชาติ งบประมาณที่สนับสนุนก็เป็นทรัพยากรแผ่นดิน ดังนั้นท่านไม่จำเป็นจะต้องไปอุ้มชูคนที่เขาไม่มีคุณสมบัติ และไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ” น.ส.ภคมนกล่าว

เมื่อถามว่ามองเรื่องการข่มขู่บอร์ดที่ทำให้องค์ประชุมล่ม จนอาจเป็นการขัดขวางการทำงานอย่างไร น.ส.ภคมนกล่าวว่า ต้องตั้งคำถามกลับไปว่าคนที่มีมติไปแล้วว่าไม่มีคุณสมบัติเข้าประชุมแล้วยังยืนยันที่จะนั่งหัวโต๊ะ มีความผิดทางกฎหมายอย่างไรหรือไม่ และวันนี้ต่อให้นพ.สรณ เดินออกจากประธานกสทช. คนที่เป็นเลขาฯก็จะเป็นตัวตายตัวแทน ของนพ.สรณ ในการจัดการภารกิจที่คั่งค้างอยู่ และยืนยันว่าภารกิจของ กสทช.ไม่ได้ทำให้โปร่งใส ได้แค่น.พ.สรณออกจากตำแหน่ง แต่สำนักงาน กสทช.ต้องช่วยกันทำให้เรื่องต่างๆ ที่ไม่ถูกต้องมานาน ให้กระจ่าง และขอเรียกร้องว่า การประชุมบอร์ดทุกครั้งต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ รวมถึงเปิดเผยการใช้งบประมาณในแต่ละปีของกสทช.ว่าใช้อะไรไปบ้าง

ต่อข้อถามว่า มองว่านพ.สรณ ดื้อหรือไม่ที่ไม่ยอมหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอ้างว่ากลัวผิดมาตรา 157 น.ส.ภคมน กล่าวว่านพ.สรณ อาจจะเป็นแบบศรีธนญชัย จะมาอ้างว่าหากไม่ปฏิบัติหน้าที่แล้วจะผิดมาตรา 157 ได้อย่างไร เพราะนพ.สรณ หมดภารกิจเรื่องนี้ไปแล้ว คุณสมบัติขาดไปแล้ว แต่นพ.สรณ เป็นศรีธนญชัยมาโดยตลอด การที่นพ.สรณยื่นคุณสมบัติเท็จ เพื่อให้มีการโปรดเกล้าฯตนขอถามตรงๆว่า การให้ข้อมูลเท็จเพื่อตัวเองได้ตำแหน่ง จะมีความผิดหรือไม่ และ หากนพ.สรณ เป็นคนที่มีความรับผิดรับชอบจริง ไม่ควรเอาตำแหน่งโปรดเกล้าฯ มายื้อแบบนี้ เพราะผลกระทบเกิดขึ้นมากกว่าตัวนพ.สรณ ที่ต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องคณะกรรมการสรรหาไม่ใช่ชุดเดิมกับที่แต่งตั้งนพ.สรณเป็นประธานกสทช. น.ส.ภคมน กล่าวว่า เข้าใจว่ากฤษฎีกาตอบมาแล้วว่า ว่าผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เป็นกรรมการสรรหาที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยว แม้คณะกรรมการสรรหาชุดนี้จะเป็นคนละชุดกับ คณะกรรมการสรรหาที่นพ.สรณ เข้ามาก็ตาม แต่อย่าลืมว่าหลักฐานต่างๆเป็นชุดเดียวกัน ว่านพ.สรณยืนหลักฐานเป็นเท็จ เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งนี้

“ดังนั้นอย่าปฏิเสธข้อเท็จจริงและความจริงเลยว่าคืออะไร เชื่อว่าประชาชนพิจารณาได้ เหตุผลที่นพ.สรณ พยายามยื้อทางกฎหมายและพยายามทำแบบศรีธนญชัย ประชาชนเขามองออกว่าคืออะไร เพราะผลประโยชน์ที่ท่านนั่งทับอยู่มีมหาศาล และในอนาคตที่ท่านต้องใช้อำนาจประธานกสทช.ต้องพิจารณากองทุนยูโซ่ และสิทธิประโยชน์ส่วนตัวในฐานะประธานกสทช. ที่มีจำนวนมาก ดิฉันเข้าใจว่ามนุษย์มีความโลภ การที่ตัวเองอยู่ในสิทธิประโยชน์เบิกจ่ายได้ตลอด แต่กำลังจะสูญเสียมันไป ก็รู้สึกเสียดาย อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่สมบัติท่าน เป็นสมบัติของชาติ ถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องรับผิดชอบ” น.ส.ภคมนกล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวฝากถึงน.พ.สรณว่า หากจะมีการประชุมไปเรื่อยๆ ก็ดี ยื้อให้ประชาชนเห็นไปเรื่อยๆ และหากมีการประชุมในสัปดาห์หน้า ก็ขอความกรุณา บอร์ดกสทช.ท่านอื่น ที่ไม่เห็นด้วยกับการยื้อแบบนี้ของน.พ.สรณ เข้าร่วมประชุมกับกมธ.พัฒนาการเมืองฯ เราจะพูดคุยถึงแง่กฎหมายให้ชัดเจนว่า จริงๆแล้วการทำแบบนี้มีความผิดหรือไม่ จะได้ไม่ต้องเถียงกัน