ไทย-เมียนมา จับมือใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก เสริมศักยภาพการจัดการภัยพิบัติและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
วันที่ 6 สิงหาคม ที่ ทำเนียบรัฐบาล สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และ สำนักงานอวกาศแห่งเมียนมา ได้ร่วมแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสำรวจโลกเพื่อการใช้ประโยชน์ในทางสันติ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย และ พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน
ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสำรวจโลกและข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการรับมือภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ
ประเทศไทยและเมียนมา มีแนวชายแดนติดต่อกันเป็นระยะทางกว่า 2,400 กิโลเมตร มีทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน ทั้งพื้นที่ป่าไม้ ลุ่มน้ำ และระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในการติดตาม ดูแล และบริหารจัดการอย่างบูรณาการ นอกจากนี้ เมื่อเกิดภัยพิบัติหรือปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ชายแดน ย่อมส่งผลกระทบต่อทั้งสองประเทศ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีสำรวจโลกจึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจ การเฝ้าระวัง และการลดผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อสนับสนุนภาคการเกษตร การติดตามการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยปัจจุบันทั้งสองหน่วยงานได้เริ่มหารือและวางแผนการดำเนินงานร่วมกันในประเด็นสำคัญต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน




