มท.4 เปิดสัมมนา “รธน.กับการกระจายอำนาจ” ย้ำท้องถิ่นคือผู้ใกล้ชิดประชาชนที่สุด เผยแนวคิด พ.ร.บ. ภาษีท้องถิ่น พร้อมวาง3 ระบบให้อปท.บริการปชช.ได้ด้วยมือถือเครื่องเดียว
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 สิงหาคม ที่โรงแรมบรรจงบุรี จ.สุราษฎร์ธานี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “กฎหมายรัฐธรรมนูญกับการกระจายอำนาจ” จัดโดย มหาวิทยาลัยบูรพาร่วมกับสมาคมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และชมรมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรตามแนวคิด “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” เสริมกลไกการขับเคลื่อนการทำงานระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลให้เป็นเอกภาพ
สามารถขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะตามขอบเขตกฎหมายโดยมี นายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายณฐาภพ สมคิด รองผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา หัวหน้าส่วนราชการ นายคำรณ อินทรโท ประธานชมรมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้บริหาร สมาชิกสภา องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส.ส.และประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมกว่า 1,000 คน
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ได้บริหารและดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพราะเวลาเสาไฟหน้าบ้านเสีย ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ก็คือสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น และข้าราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะคนส่วนกลางที่กรุงเทพฯ ไม่รู้เท่ากับคนในพื้นที่ นี่คือเจตนารมณ์ที่จะต้องกระจายอำนาจ

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า ประชาชนในวันนี้ไม่ได้คาดหวังเพียงการบริการที่รวดเร็วเท่านั้น แต่คาดหวังการบริหารงานภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประโยชน์สาธารณะ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายโดย “ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง” มุ่งส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรสมรรถนะสูง มีธรรมาภิบาล สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิผล บริหารงานตั้งอยู่บนรากฐานของความถูกต้องตามกฎหมาย และความรอบคอบตามระเบียบราชการ
“อปท.คือกลไกสำคัญของรัฐในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศจากฐานราก เป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด และเป็นด่านหน้าของการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ภายใต้บริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และความคาดหวังของประชาชนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”นายวรศิษฎ์ กล่าว
นายวรศิษฎ์ ยังได้กล่าวถึงแนวคิดการผลักดันร่าง พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ภาษีบ้านเกิด ว่า เวลาพี่น้องประชาชนจ่ายภาษีประจำปี ก็สามารถเลือกที่จะให้เงินของเขาไปอุดหนุนท้องถิ่นไหน เพื่อพี่น้องประชาชนสามารถกำหนดทิศทางภาษีไปพัฒนาท้องถิ่นในแบบที่ต้องการ จึงเป็นความท้าทาย เป็นเหมือน KPIs ที่ผู้บริหารต้องช่วยกันสร้างผลงานเพื่อให้เกิดความไว้วางใจจากประชาชน นอกจากนี้ ตนได้วางระบบการเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ 1.ทำระบบสารานุกรมผู้ช่วยทางกฎหมาย 2.พัฒนาระบบใช้ AI ให้เรียนรู้กฎหมายเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสามารถเป็น Search Engine แนวทางปฏิบัติและข้อกฎหมายให้กับผู้บริหาร และ 3.ระบบกลางของท้องถิ่นและการให้บริการท้องถิ่น (แอปกลาง) ที่ อปท. และประชาชนสามารถขอรับบริการได้ด้วยมือถือเครื่องเดียว




