หน้าแรก การเมือง ศุภจี ชู รัฐ-...

ศุภจี ชู รัฐ-เอกชนทีมเดียวกัน เร่งปลดล็อกกฎระเบียบ เพิ่มมูลค่าการค้า-ท่องเที่ยว

10.08.26 | 12:14 น.

ศุภจี ถก คณะอนุพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว ย้ำ มุ่งผลลัพธ์เป็นรูปธรรม-ปลดล็อกกฎระเบียบ-ลดอุปสรรคทางเศรษฐกิจ-เพิ่มมูลค่าสินค้าเสริมแกร่งเศรษฐกิจประเทศ

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 โดยมีรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา รมว.วัฒนธรรม และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม


นางศุภจี กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของคณะอนุกรรมการฯ ในการหารือเรื่องการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่ได้รับมาจากนายกรัฐมนตรี โดยการทำงานของคณะอนุกรรมการฯ ต้องมุ่งคิดถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากการประชุม ไม่ต้องการให้เป็นเพียงการประชุมที่พูดถึงว่า มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือมีปัญหาอะไรบ้าง แต่ต้องเป็นการประชุมที่นำไปสู่ผลลัพธ์และผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ และช่วยเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปได้

สำหรับการหารือในวันนี้ จะครอบคลุมทั้งเรื่องการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีการแบ่งแยกและส่งผลต่อการค้าและการขายระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่นำมาใช้ในการค้าไม่ได้มีเพียงเรื่องภาษีเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น รวมถึงความท้าทายในเรื่องโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศในหลายด้าน

Advertisement

ดังนั้น การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการฯ จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมฝากให้การหารือมุ่งไปที่การสร้างความคล่องตัวในการดำเนินงาน และการปลดล็อกปัญหาหรือข้อจำกัดบางประการที่เป็นอุปสรรคต่อการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไป

นางศุภจี กล่าวว่า อีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ คือการปลดล็อกกฎระเบียบต่าง ๆ รวมถึงการช่วยกันคิดแนวทางที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อให้สามารถผลักดันการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป ขอให้มองว่าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเป็นทีมเดียวกัน โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน คือการทำอย่างไรที่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาแข็งแรง และสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ท่ามกลางสถานการณ์และความท้าทายที่เกิดขึ้น ส่วนการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจว่า ต้องช่วยกันทำให้เศรษฐกิจในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการค้า การท่องเที่ยว หรือเศรษฐกิจฐานราก มีมูลค่าสูงขึ้น โดยไม่ต้องการให้มุ่งเน้นเฉพาะเรื่องปริมาณ แต่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ มูลค่าเป็นหลัก ยกตัวอย่างว่า ไม่ต้องการให้ประเทศไทยมุ่งขายสินค้าเป็นจำนวนมากในราคาที่ต่ำ แต่ต้องการให้สามารถขายสินค้าในปริมาณที่เหมาะสมและได้รับมูลค่าที่สูงขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ต้องคิดและผลักดันต่อจากนี้ คือการสร้างมูลค่าให้กับสินค้าและบริการของประเทศ

นอกจากนี้ ต้องพิจารณาการทำงานให้เกิดรอยต่อและความเชื่อมโยงระหว่างกัน ทั้งในด้านโลจิสติกส์ การผลิต และการค้า เพื่อให้สามารถลดหรือทะลุข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดความติดขัดในการดำเนินงาน และทำให้ระบบเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

ทั้งนี้ขอให้การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการฯ มีการวัดผลอย่างจริงจังและสามารถเห็นผลสัมฤทธิ์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญของการทำงานในครั้งนี้