หน้าแรก การเมือง กลาโหม ชี้การ...

กลาโหม ชี้การเมืองภายใน กัมพูชาขนคนกลับจากบ้านหนองจาน พร้อมใช้แอนตี้โดรน สกัดโดรนเขมรป่วน

17.08.26 | 12:07 น.

“โฆษกกลาโหม” ขอไม่ออกความเห็น กัมพูชา ยาหอมขนคนกลับ บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เป็นการเมืองภายใน ย้ำใช้กลไกทวิภาคีเจรจา แม้บรรยากาศไม่เอื้อ รับมีการประท้วง “โดรน” บินก่อกวนในพื้นที่ชายแดน ชี้เป็นสิทธิ สหรัฐ – กัมพูชา ฝึกซ้อมรบ อังกอร์ เซนตินอล

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่โรงแรม ดิ แอทธินี ถ.วิทยุ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีชาวกัมพูชาเตรียมอพยพกลับบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ได้รับรายงานแล้วหรือไม่ ว่า ประเด็นนี้ต้องตรวจสอบก่อน เพราะยังไม่มีการยืนยัน ย้ำว่าต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อน แต่ก็เป็นการยืนยันหลังมีการพบปะพูดคุยของรัฐบาลและผู้แทนรัฐบาลกับหลายประเทศ และยืนยันเช่นเดียวกันว่า ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นปัญหาระหว่างสองประเทศ ดังนั้น ต้องแก้ไขด้วยเวทีทวีวิภาคี ทั้งสองประเทศพูดคุยเจรจากัน ซึ่งทุกประเทศยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากจะให้ไทยและกัมพูชาพูดคุยกันในลักษณะทวีวิภาคี จะไม่มีการเข้ามายุ่งในเรื่องนี้ ดังนั้นเรามีกระบวนการและกลไกพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น JBC / GBC ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในเรื่องของการกำหนดเส้นเขตแดน โดยจะต้องรอฟังการเจรจาพูดคุยผ่านทวิภาคีก่อน


ส่วนกรณีที่กัมพูชาบินโดรนตามแนวชายแดน จะมีวิธีการพูดคุยระหว่างประเทศหรือไม่นั้น พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า เรื่องการบินโดรน หรือแอนตี้โดรน ที่มีข่าวว่ากัมพูชาใช้อยู่นั้น ไทยก็ใช้แนวทางการประท้วง โดยกองกำลังไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนส่งหนังสือประท้วง ซึ่งมาตรการในการป้องกัน ไทยก็มีระบบในการต่อต้านแอนตี้โดรน เป็นลักษณะแอนตี้ แอนตี้โดรน ที่เรามีระบบพร้อมอยู่แล้ว และบริษัทเอกชนก็มีความพร้อมในการสนับสนุนในการปฏิบัติดังกล่าวด้วย แต่ไม่ขอลงรายละเอียดในการใช้เทคนิค พร้อมขอสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน ว่าเรามีระบบในเรื่องของการต่อต้านแอนตี้โดรนของกัมพูชา และมีการข่าวเฝ้าระวังตลอดเวลาว่ากัมพูชามีการใช้ระบบต่างๆ อย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่ปฏิบัติการของไทยในการต่อต้านด้วย

ขณะที่กระบวนการเจรจาทวิภาคีและการประชุม JBC ที่ยังชะงักอยู่ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่กัมพูชาจะมองข้ามช็อต จะเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า ในกระบวนการ JBC จะมีการพูดคุยกันอยู่ อย่างน้อยฝ่ายเลขาฯ ก็มีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องดูความพร้อมของทั้งสองฝ่าย ว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลง ของ Joint Statement ที่ลงนามเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 มากน้อยเพียงใด แต่เท่าที่ดูเสียงสะท้อนจาก นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พูดไปว่ากัมพูชายังไม่แสดงความพร้อม ยังมีการยั่วยุ และพยายามพูดคุยในเวทีต่างประเทศในเรื่องของการประท้วงและตำหนิไทย ทั้งที่สิ่งที่ไทยทำมาปฏิบัติตามมาตรฐานสากลกฎหมายระหว่างประเทศ และ Joint Statement เราทำตามอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังมีการใช้โดรนและแอนตี้โดนมาก่อกวน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการละเมิด Joint Statement ที่กัมพูชาทำกับไทย ตราบใดที่ยังมีกระบวนการหรือขั้นตอนตรงนี้อยู่ การพูดคุยก็จะเลื่อนออกไปเรื่อยๆ เพราะกัมพูชาแสดงความไม่จริงใจในเรื่องการดำเนินการตรงนี้ เหตุใดเราต้องมาคุย หากคุย ความไม่จริงใจก็ยังคงอยู่ มันก็จะไม่เกิดประโยชน์ ในเรื่องของการเจรจา เพราะมีการละเมิดในสิ่งที่ตกลงไว้

เมื่อถามว่าการเจรจาไม่เอื้อจะกระทบต่อบรรยากาศตามแนวชายแดนหรือไม่ พล.ร.ต.สุรสันต์ระบุว่า ก็จะมีกองกำลังหน่วยตามแนวชายแดน พูดคุยระดับพื้นที่กับฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ ซึ่งตนดูแล้วในเรื่องความสัมพันธ์ ระดับหน่วยท้องถิ่นตามแนวชายแดน ถือว่ายังสามารถพูดคุยกันได้ และบางหน่วยก็ฟื้นฟูความสัมพันธ์มาได้ในระดับหนึ่ง เช่นกองกำลังบูรพา กองกำลังสุรนารี มีการพูดคุยระดับ RBC ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ทุกอย่างต้องจบลงด้วยการเจรจาพูดคุย

Advertisement

เมื่อถามว่าอาจจะเป็นการพูดเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศหรือไม่ ที่สัญญาว่าชาวกัมพูชาจะกลับไปอยู่บ้านหนองจาน พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า ส่วนตัวคงไม่สามารถไปแสดงความคิดเห็นไปในเรื่องการเมือง หรือมุมมองของฝ่ายกัมพูชาได้ว่าวัตถุประสงค์คืออะไร แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ความจริงใจการพูดคุย หากมีความจริงใจพูดคุยกันและปฏิบัติตาม ตามที่ตกลงไว้ก็จะกลับไปสู่สันติภาพได้

เมื่อถามถึงกรณีกัมพูชาเตรียมรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในการฝึกซ้อมรบร่วมทางทหารภายใต้รหัส อังกอร์ เซนตินอล จะกระทบกับไทยหรือไม่นั้น พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า การฝึกซ้อมระหว่างกัมพูชากับสหรัฐ จะเน้นเพื่อการบรรเทาสาธารณภัยเป็นหลัก มิติของเรื่องการใช้อาวุธจะไม่มีในการฝึกครั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเป็นห่วง แม้ว่าจะมีการฝึกใช้อาวุธก็ตาม แต่มุมมองของตนเองนั้น มองว่าเป็นสิทธิของประเทศนั้น เพราะเป็นอธิปไตยของเขาในการดำเนินงาน แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าไทยมีความพร้อม ทั้งกองกำลังตามแนวชายแดน ก็มีการเฝ้าระวังตรวจสอบตามแนวชายแดนตลอด และมีมาตรการรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ ข้ามชายแดน เชื่อว่าจากที่ผู้ใหญ่ไปพูดคุยกับสหรัฐอเมริกา หรือจีน ทุกคนก็ยืนยันว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว ปัญหาไทยกัมพูชา ขอให้ทั้งสองประเทศพูดคุยกันเอง เจรจาผ่านกลไกทวิภาคีในการพูดคุย