หน้าแรก การเมือง พิพัฒน์ พร้อม...

พิพัฒน์ พร้อมแจงซักฟอก ชี้คมนาคมโดนทุกรบ. ยันไร้เกี่ยวคดีฮั้ว สว.- แลนด์บริดจ์ ยกเลิกแล้ว

17.08.26 | 14:25 น.

“พิพัฒน์” พร้อมแจงหากถูกฝ่ายค้านซักฟอก ชี้คมนาคมโดนทุกรัฐบาล ออกตัวไม่ได้คุมพลังงาน-ยกเลิกแลนด์บริดจ์แล้ว ยันไร้ส่วนเกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว.


เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 17 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า พร้อมหากฝ่ายค้านจะอภิปรายในส่วนของกระทรวงคมนาคม ตนก็พร้อมชี้แจงไม่ว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายหรือสอบถามในเรื่องใด โดยจะพยายามชี้แจงให้ครอบคลุมทุกประเด็น และส่วนตัวไม่ได้มีความกังวลใดๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดการณ์หรือไม่ว่าตนเองจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกอภิปราย หากดูจากการวิพากษ์วิจารณ์ของฝ่ายค้านที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เท่าที่สังเกต กระทรวงคมนาคมมักตกเป็นเป้าถูกอภิปรายทุกรอบไม่ว่าจะในรัฐบาลไหน ดังนั้น ในฐานะที่นายกฯ ได้มอบหมายให้ตนกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม ตนก็ต้องพร้อมที่จะชี้แจง สิ่งใดที่เป็นประเด็น คำถาม หรือข้อสงสัยของฝ่ายค้าน ก็พร้อมตอบให้ชัดเจนในทุกประเด็น

เมื่อถามถึงการเตรียมตัวเนื่องจากเป็นรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านอาจพุ่งเป้า นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หากมองว่าพุ่งเป้ามาที่ตนหรือกระทรวงคมนาคมโดยตรง คิดว่าไม่น่าจะมี เพราะส่วนใหญ่ประเด็นที่เคยพุ่งเป้าในรัฐบาลที่แล้วเป็นเรื่องพลังงาน ซึ่งปัจจุบันตนไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงพลังงานแล้ว ส่วนอีกเรื่องคือแลนด์บริดจ์ ปัจจุบันก็มีการยกเลิกไปแล้ว โดยผลการศึกษาของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยกเลิกเรื่องแลนด์บริดจ์ไปแล้ว จึงไม่แน่ใจว่าจะมีการอภิปรายในเรื่องใด แต่หากฝ่ายค้านตั้งคำถามในส่วนของกระทรวงฯ ตนก็พร้อมชี้แจง

Advertisement

เมื่อถามถึงข้อสงสัยเรื่องการทุจริตในกระทรวงคมนาคม มั่นใจหรือไม่ว่าไม่มีแน่นอน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ความจริงเราเพิ่งเข้ามาทำงานในกระทรวงฯ หากนับรวมรอบที่แล้วไม่ถึง 2 เดือน และรอบนี้ประมาณ 3 เดือนกว่าเกือบ 4 เดือน จึงไม่มีสิ่งใดต้องกังวล ขอเรียนอย่างตรงไปตรงมา

ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมนำประเด็นการฮั้ว สว. มาอภิปราย คิดว่าเหมาะสมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องการฮั้ว สว. มองว่าอยู่ในกระบวนการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังไต่สวนหาข้อเท็จจริง แม้จะมี 2 คณะทำงาน ซึ่งผลสรุปจะเป็นอย่างไรตนยังไม่ทราบ เนื่องจากยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนและยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ จึงต้องรอดูผลการตรวจสอบต่อไป แต่สำหรับตนยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน เพราะในรายชื่อ 229 คนตามที่เป็นข่าว ไม่มีชื่อตนร่วมอยู่ด้วย