ไชยชนก ชี้ คดีฮั้วสว.-เขากระโดง เป็นเรื่องเก่า หยิบมาดิสเครดิตใกล้ศึกซักฟอก สะท้อนรัฐบาลมีผลงาน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ยังควรยึดกรอบเวลา 1 ปี ตามที่เคยระบุไว้หรือไม่ว่า ที่บอกไว้ว่า 1 ปีก่อนหน้านี้ คิดว่าเป็นเวลาที่ทุกคนได้สร้างผลงาน แต่ความเป็นจริงไม่ใช่ว่า 1 ปี ต้องปรับหรือไม่ปรับ ซึ่งตนรวมถึงรัฐมนตรีทุกคนถูกประเมินอยู่แล้ว ทุกคนมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบต่อประชาชน ซึ่งประเทศไทยมีหลายโอกาส หลายวิกฤตที่ต้องรับมือ ใครก็ตามที่ปฏิบัติหน้าที่หรือสร้างผลงานไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยน เพราะเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ แต่การตัดสินใจอยู่ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมย้ำว่า ทุกคนทำอย่างเต็มที่ และถูกประเมินอยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า เกณฑ์การปรับ ครม.ต้องคำนึงถึงเรื่องงานใช่หรือไม่ นายไชยชนก ย้ำว่า ต้องเป็นเรื่องงานอยู่แล้ว ต้องให้เรื่องงานเป็นหลัก ไม่มีเรื่องอื่นอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคการเมืองสีเขียว กับพรรคการเมืองสีแดง จะกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่กระทบ และคิดว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพมากๆ แม้ประสบการณ์การเมืองของตนจะน้อย แต่เท่าที่สังเกตมาเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากที่สุดรัฐบาลหนึ่งที่เคยได้สัมผัสมา พร้อมระบุว่า กระแสข่าวถือเป็นเรื่องปกติ ยิ่งเป็นช่วงใกล้เวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ยืนยันว่าไม่ได้สะทกสะท้าน หรือสั่นคลอนใดๆ
เมื่อถามว่า สิ่งที่รัฐบาล และพรรคภูมิใจไทยโดนโจมตีขณะนี้ คือ คดีฮั้วสว. และคดีเขากระโดง ที่อาจจะทำให้ประชาชนหมดศรัทธา จะมีแนวทางการฟื้นฟูความเชื่อมั่นหรือไม่ นายไชนชนก กล่าวว่า หากดูเรื่องดังกล่าวประกอบกับจังหวะที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นรูปที่ต้องการดิสเครดิตทางการเมือง ทำให้ประชาชนหมดศรัทธา ซึ่งรัฐบาลต้องทำงานให้เต็มที่ พร้อมกับชี้แจง และนำทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันทั้งสองเรื่องได้ดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ได้คิดว่าเป็นประเด็นใหม่ แต่คิดว่าเป็นแผนการของฝ่ายที่จะจุดประเด็น
”สำหรับผมมองเป็นการสะท้อนด้วยซ้ำว่า รัฐบาลมีผลงานพอสมควร จึงเป็นเหตุที่ต้องหยิบผลงานเรื่องเก่าเข้ามาเพื่อดิสเครดิตในช่วงนี้“นายไชยชนก กล่าว

