กกต.กำแพงเพชร หอบหลักฐานแจ้งความฟันอาญา 8 ผู้สมัคร ส.ว. ขาดคุณสมบัติ พบเป็นสมาชิกพรรค-เคยต้องคดียาเสพติด
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม ที่ สภ.เมืองกำแพงเพชร นายคงยศ บุญรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำแพงเพชร นำเอกสารหลักฐานของผู้ลงสมัครคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ใน จ.กำแพงเพชร เขต อ.เมือง มอบให้กับ ร.ต.อ.อดุลย์ รัตนวรกัลต์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย หลัง กกต.กลางไฟเขียวให้ดำเนินคดีกับผู้ขาดคุณสมบัติในการลงสมัครคัดเลือก ส.ว.ในกลุ่มต่างๆ
โดย จ.กำแพงเพชร มีผู้ถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น 8 ราย แยกแต่ละอำเภอคือ อ.เมือง กลุ่ม 16 จำนวน 1 คน, อ.ขาณุวรลักษบุรี กลุ่ม 3, 5, 7 จำนวน 3 ราย, อ.ทรายทองวัฒนา กลุ่ม 2 จำนวน 1 ราย, อ.คลองขลุง กลุ่ม 20 จำนวน 1 ราย, อ.ไทรงาม กลุ่ม 5 จำนวน 1 ราย อ.ลานกระบือ กลุ่ม 3 จำนวน 1 ราย โดยทั้งหมดหลัง กกต.ตรวจแล้วพบว่าขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ยังคงมาลงสมัครรับคัดเลือก ส.ว. โดยจะมีโทษหนักจำคุกสูงสุด 1-10 ปี ปรับ 2 หมื่น ถึง 2 แสนบาท และตัดสิทธิเลือกตั้งนาน 20 ปี

นายคงยศเปิดเผยว่า การแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย มาตรา 74 ซึ่งระบุความผิดของผู้ที่รู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิสมัครหรือขาดคุณสมบัติ แต่ยังคงมาลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ที่ผ่านมา กกต.ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด จนถึงระดับประเทศ
สำหรับผลการตรวจสอบผู้สมัครทั้ง 8 ราย ใน จ.กำแพงเพชร พบการกระทำผิดใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายสั่งห้ามผู้สมัคร ส.ว.สังกัดพรรคการเมือง 2.การพ้นจากตำแหน่งในพรรคการเมืองไม่ถึง 5 ปี 3.เคยต้องโทษหรือเกี่ยวข้องกับคดีเกี่ยวกับยาเสพติด 4.การไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

นายคงยศระบุเพิ่มเติมว่า ผู้สมัครส่วนใหญ่ถูกคัดชื่อออกตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกระดับอำเภอ จึงไม่ได้เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกในระดับจังหวัด ส่วนในระดับจังหวัดมีผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิ 1 ราย ซึ่งล่าสุดศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครรายดังกล่าว
นายคงยศกล่าวต่อว่า การเดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษในวันนี้เป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่แต่ละจังหวัดต้องรวบรวมรายชื่อ ตรวจสอบพยานหลักฐานให้ชัดเจนและรอบคอบ ก่อนยื่นคำร้องดำเนินคดีอาญา แม้บุคคลเหล่านี้จะถูกคัดชื่อออกจากกระบวนการเลือก ส.ว.ไปแล้วก็ตาม ทั้งนี้ ความผิดตามมาตรา 74 กรณีรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครแต่ยังมาลงสมัคร มีบทลงโทษทางอาญาที่ค่อนข้างรุนแรง โดยกำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดถึง 20 ปี

