หน้าแรก การเมือง ไทย–นิวซีแลนด...

ไทย–นิวซีแลนด์ ลงนาม 4 ปฏิญญาความร่วมมือ เล็งฟื้นบินตรง กทม.-โอ๊คแลนด์ มี.ค.70

21.08.26 | 09:26 น.

นายกฯ จับมือ นายกฯ ลักซอน ลงนามปฏิญญายกระดับไทย–นิวซีแลนด์ สู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ฉลอง 70 ปีความสัมพันธ์ ตั้งเป้าเพิ่มการค้าสองฝ่าย 3 เท่า สู่ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 สิงหาตม ตามเวลาท้องถิ่นกรุงเวลลิงตัน ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชม. ณ ทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังเสร็จสิ้นหารือเต็มคณะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้ร่วมแถลงข่าวภายหลังการหารือทวิภาคี โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้เดินทางเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ในโอกาสครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์


นายอนุทินระบุว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเปิดบทใหม่ของมิตรภาพอันยาวนานของทั้งสองประเทศ โดยนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีลักซอนได้ลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Joint Declaration on the Strategic Partnership) ซึ่งเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์สู่ระดับที่สูงขึ้น

ไทย–นิวซีแลนด์

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การหารือครั้งนี้มีรัฐมนตรีสำคัญของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม และมุ่งเน้นความร่วมมือ 4 เสาหลัก ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมไทย–นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026–2030 (Joint Plan of Action 2026–2030) ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ได้แก่

Advertisement

ประการแรก ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงออนไลน์ และการค้ามนุษย์ รวมถึงส่งเสริมการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ไทย–นิวซีแลนด์

ประการที่สอง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายการค้าและการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว เกษตรกรรมยั่งยืน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าสองฝ่ายเป็น 3 เท่า หรือ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.46 แสนล้านบาท) ภายในปี 2045 และจะร่วมกันพัฒนาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย–นิวซีแลนด์ (Thailand–New Zealand Closer Economic Partnership: TNZCEP) เพื่อสร้างโอกาสใหม่แก่ภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศ

นายกฯ รู้สึกยินดีที่คณะผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำของไทยได้ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ และได้พบหารือกับรัฐบาลและภาคธุรกิจนิวซีแลนด์ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสในการแสวงหาความร่วมมือในสาขาใหม่ ๆ และส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ประการที่สาม ความร่วมมือด้านการศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ นวัตกรรม และการเสริมสร้างขีดความสามารถ ตลอดจนกระชับความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ประการที่สี่ ความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี ทั้งสองประเทศจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดผ่านกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง กลไกที่อาเซียนเป็นแกนนำ รวมถึงเอเปค และเวทีระหว่างประเทศอื่น ๆ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อพัฒนาการในภูมิภาคและระหว่างประเทศ และยืนยันความสำคัญของระเบียบระหว่างประเทศที่มีกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐานและระบบพหุภาคี ในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความสามารถในการรับมือกับความท้าทาย และการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายกฯ ยังได้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีลักซอน รัฐบาล และประชาชนชาวนิวซีแลนด์ สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและไมตรีจิตที่มอบให้นายกรัฐมนตรีและคณะผู้แทนไทยตลอดการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการครั้งนี้

ภายหลังการแถลงข่าวร่วม นายกฯทั้งสองร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับนิวซีแลนด์ และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือ จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่

  1. ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งนิวซีแลนด์
  2. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนแห่งราชอาณาจักรไทย และ Education New Zealand ประเทศนิวซีแลนด์
  3. บันทึกข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตำรวจนิวซีแลนด์ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน
  4. ความตกลงของภาคเอกชน คือ บันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท Chata Instruments Company Limited กับบริษัท Aeroqual Limited

นายกฯ ยังกล่าวว่าด้วยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ มิตรภาพระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อความสัมพันธ์ได้รับการยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แล้ว เชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะมีความใกล้ชิด ลึกซึ้ง และมีพลวัตมากยิ่งขึ้น พร้อมนำมาซึ่งประโยชน์และความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศและภูมิภาค

โอกาสนี้นายกฯยังได้ขอรับการสนับสนุนจากนิวซีแลนด์ ในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ มากไปกว่านั้น ยังมีเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องหนึ่งคือ การบินไทยมีแผนกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และโอ๊คแลนด์อีกครั้ง โดยตั้งเป้าเริ่มให้บริการในเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งนายกรัฐมตรีกล่าวจะพยายามเร่งรัดให้เร็วกว่ากำหนด เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ไทย–นิวซีแลนด์