กมธ.งบฯ 70 ปรับลด 1.1 หมื่นล้านโยกเติม 9 หน่วยงาน พร้อมดึงเงินใช้หนี้คดีคลองด่าน 3 พันล้าน คาดเข้าวาระสอง 7-9 ก.ย. มั่นใจเริ่มใช้งบตามกรอบ 1 ต.ค.นี้ จ่อถกงบกลางเพื่อกู้วิกฤตพลังงาน ซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ให้จบสัปดาห์หน้า
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ.ฯ ว่า กมธ.ได้พิจารณารายละเอียดการปรับลดงบประมาณและการแปรเพิ่มแล้วเสร็จแล้ว โดยมีผลการปรับลดจากอนุกมธ. 7 คณะ ยอดรวม 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้พิจารณาอย่างรอบคอบ และมติกมธ. ได้แปรเพิ่มตามจำนวนที่ปรับลดดังกล่าวให้กับหน่วยงานใน 9 รายการ ได้แก่ 1.งบกลาง เพื่อสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน จำนวน 6,044 ล้านบาท 2.กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 148 ล้านบาท 3.สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา เป็นค่าวัสดุการศึกษา จำนวน 96 ล้านบาท
4.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในโครงการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อสนองงานตามพระราชดำริ จำนวน 96 ล้านบาท 5.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม จำนวน 4.2 ล้านบาท 6.กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 35 รายการ จำนวน 500 ล้านบาท 7.กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จำนวน 4,000 ล้านบาท 8.สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ส่วนการส่งเสรริมการประชาสัมพันธ์เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน จำนวน 24 ล้านบาท และ 9.สำนักงานอัยการสูงสุด จำนวน 247 ล้านบาท
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่กมธ.ได้ตัดงบประมาณส่วนของกรมควบคุมมลพิษ จำนวน 3,000 ล้านบาทสำหรับเพื่อชดใช้ในคดีคลองด่านในงวดที่สอง หลังจากที่พิจารณาถี่ถ้วน แล้วเห็นว่ามีประเด็นที่ยังอยู่ระหว่างการฟ้องคดีอายัดสิทธิเรียกร้อง ซึ่งคดีไม่ถึงที่สุด และไม่ชัดว่าคำสั่ง หรือผลคดีจะสิ้นสุดเมื่อใด ดังนั้น กมธ.มองว่าหากจดสรรงบให้ แต่สุดท้ายคดีอาจไม่จบ อาจทำให้เงินดังกล่าวเสียโอกาสที่จะสร้างประโยชน์ กับประชาชนจึงปรับลด แต่เพื่อไม่ปฏิเสธความรับผิชดอบ เงินที่ปรับลด ได้คืนไว้ที่งบกลาง พร้อมกับมีข้อสังเกตว่าให้เป็นเงินที่กันไว้ในกรณีที่กรมควบคมมลพิษต้องจ่ายตามคำสั่งของศาล หากมีคำสั่งเป็นที่สิ้นสุด
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ในปีงบประมาณ 2570 กมธ. ได้เพิ่มงบประมาณให้ เป็น 9,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี2568 แล้วเพิ่มขึ้นเท่าตัว ดังนั้น ขอให้สบายใจว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งและให้ความสำคัญกับประชาชน และเมื่อพิจารณาประสิทธิภาพของการบริหารกองทุนกยศ. พบว่ามีตัวเลขยอดเงินที่ครบกำหนดชำระจำนวน 2.2 แสนล้านบาท มียอดเงินคงค้างชำระสะสม 1.1 แสนล้านบาท หากตามเก็บเงินจากผู้กู้ที่เรียนจบแล้ว จะมีเงินคืน และกองทุนมีเงินหมุมเวียนไม่เป็นภาระรัฐบาล
“โดยวันที่ 27-28 สิงหาคมนี้ กมธ. จะสรุปรายมาตรา และทำรายงานเพื่อส่งให้ ประธานสภาบรรจุวาระเพื่อพิจารณาวาระสองและวาระสาม วันที่ 7-9 กันยายน ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาของการพิจารณางบประมาณ ที่สามารถเริ่มใช้งบฯ ปี 70 ได้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้” นายกรวีร์ กล่าว
เมื่อถามว่า ตัวเลขที่อนุต่างๆ ไปทำมาเหมือนยังรีดไขมันได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร นายกรวีร์ กล่าวว่า ในการพิจารณาของอนุมีการพิจารณาอย่างละเอียดรอบด้านจริงๆ โครงการที่มีความซ้ำซ้อน ไม่เร่งด่วน ก็มีการปรับลดไปเป็นจำนวนมากคิดว่าเป็นไขมันส่วนเกิน และยังมีการตั้งข้อสังเกตในการจัดสรรงบประมาณปีถัดไปให้ตอบโจทย์ มีความจำเป็น สิ่งที่สำนักงบประมาณฯ จัดทำงบประมาณมาจะสามารถรีดไขมันออกมาได้จริงๆ หากทำมาอย่างค่าก็หวังว่ากมธ.ฯ จะไม่ต้องปรับลดจำนวนมากเหมือนในปีนี้
เมื่อถามถึง แนวทางการพิจารณาส่วนของงบกลางเพื่อรองรับผลวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน 1.2 หมื่นล้านบาทที่อาจซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.กู้เงินในส่วนของแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานนั้น นายกรวีร์ กล่าวว่า กมธ.ได้ยกมาหารือกัน และจะพิจารณารายละเอียดในสัปดาห์หน้า ในช่วงการพิจารณาลงรายมาตรา ทั้งนี้ ต้องรอดูมติของกมธ.ว่าจะพิจารณาอย่างไร ส่วนที่มีผู้เสนอให้ตัดออกนั้น ต้องดูเหตุผลความซ้ำซ้อนว่าเป็นจริงหรือไม่ ทับซ้อนกับ พ.ร.ก.หรือไม่ หรือมีบางส่วนจำเป็น ดังนั้นต้องคุยกันอีกครั้ง ทั้งนี้หาก มติกมธ.ไม่เห็นด้วย กมธ.สามารถสงวนความเห็นเพื่อไปอภิปรายในวาระสองของที่ประชุมสภาฯ ได้อีกครั้ง

